การทดสอบฤทธิ์ของผักชี (Coriandrum sativum L.) ต่อการต้านอนุมูลอิสระ ลดระดับน้ำตาล และฤทธิ์ต่อระบบภูมิคุ้มกันในหลอดทดลอง ทำการสกัดแยกสาร polysaccharides จากผักชีสด (coriander polysaccharides; CSPs) โดยใช้เทคนิค ultrasonic และทำให้บริสุทธิ์ จากนั้นจึงแยกส่วน polysaccharide fraction โดยใช้ agarose gel Q-Sepharose Fast Flow column วิเคราะห์ปริมาณน้ำตาลรวม ปริมาณโปรตีน และองค์ประกอบของ monosaccharides ของ CSPs โดยใช้เทคนิค phenolsulfuric acid, Coomassie Brilliant Blue และ HPLC ตามลำดับ ตรวจวิเคราะห์ลักษณะโครงสร้างโดยใช้ ultraviolet spectrophotometry และ FT-IR spectroscopy และทดสอบฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระด้วยเทคนิค DPPH และ ABTS ทดสอบฤทธิ์ลดน้ำตาลในเลือดด้วยการวัดการยับยั้งเอนไซม์ α-amylase และ α-glucosidase และทดสอบฤทธิ์ต่อการปรับระบบภูมิคุ้มกันและฤทธิ์ต้านมะเร็งในเซลล์ macrophage RAW264.7 และ HepG2 ผลการวิเคราะห์สารเคมีพบว่าปริมาณน้ำตาลรวมและโปรตีนใน CSPs อยู่ที่ 66.90 ± 1.44% และ 1.06 ± 0.32% ตามลำดับ CSPs ส่วนใหญ่ประกอบด้วย fucose, rhamnose, arabinose, galactose, glucose, galacturonic acid และ glucuronic acid โดยมีอัตราส่วนโมลาร์ (molar ratio) 1.13:15.11:9.60:25.98:1.55:44.33:2.29 และอาจเป็น acidic heteropolysaccharide ซึ่งประกอบด้วย pyran rings, α และ β-glycosidic bonds และ glucuronic acid สำหรับผลการทดสอบฤทธิ์ทางชีวภาพในหลอดทดลองพบว่าค่า IC50 ของ CSPs ในการจับอนุมูลอิสระ DPPH และ ABTS อยู่ที่ 0.759 มก./มล. และ 1.758 มก./มล. ตามลำดับ ค่า IC50 สำหรับการยับยั้งเอนไซม์ α-amylase และ α-glucosidase อยู่ที่ 0.634 มก./มล. และ 2.178 มก./มล. ตามลำดับ CSPs ที่ความเข้มข้น 25~200 ไมโครกรัม/มล. ไม่แสดงความเป็นพิษที่ชัดเจนต่อ macrophage RAW264.7 และพบว่า CSPs 100 ไมโครกรัม/มล. มีความสามารถในการกลืนกินของเซลล์ และหลั่ง nitric oxide ออกมาจาก RAW264.7 โดยประมาณอยู่ที่ 153.75 ± 12.01% และ 133.56 ± 5.37% ตามลำดับ CSPs มีผลยับยั้งการเจริญของเซลล์ HepG2 โดยขึ้นกับความเข้มข้น ภายในช่วงความเข้มข้นที่ทดสอบ 0.25 2.0 มก./มล. จากผลการทดสอบสรุปได้ว่าสาร acid polysaccharides ที่แยกได้จากผักชีมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ปรับระบบภูมิคุ้มกัน และต้านเซลล์มะเร็งในหลอดทดลอง จึงอาจมีศักยภาพที่จะพัฒนาเพื่อใช้ประโยชน์ในด้านอาหารและยา อย่างไรก็ตามควรมีการศึกษาเพิ่มเติมต่อไป
Antioxidants (Basel). 2025;14(2):149. doi: 10.3390/antiox14020149.