การประเมินฤทธิ์ของสารฟลาโวนอยด์จากเมล็ดชา (Camellia sinensis) ในการต้านการอักเสบและต้านความเสื่อมของผิวจากรังสี UV โดยทดสอบที่ช่วงความเข้มข้น 2.5-10 มคก./มล. บนเซลล์ keratinocytes HaCaT ที่ถูกฉายด้วยรังสี UVB และที่ช่วงความเข้มข้น 10-25 มคก./มล. บนเซลล์ fibroblasts ที่ถูกฉายด้วยรังสี UVA ผลการทดสอบต่อเซลล์ keratinocytes HaCaT พบว่า สารฟลาโวนอยด์จากเมล็ดชามีฤทธิ์ลดการเกิด reactive oxygen species (ROS) ยับยั้งการหลั่งของสารก่อการอักเสบต่าง ๆ ได้แก่ prostaglandin E2 (PGE-2), tumor necrosis factor-alpha (TNF-α), interleukin (IL)-6 และ IL-8 โดยผ่านการยับยั้ง p38/JNK และ NF-κB pathway รวมทั้งยับยั้งการแสดงออกของเอนไซม์ inducible nitric oxide synthase (iNOS) และcyclooxygenase-2 (COX-2) สารฟลาโวนอยด์สามารถเพิ่มอัตรารอดชีวิตของเซลล์ โดยยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ caspase-3 ทำให้มีผลลดการตายของเซลล์แบบ apoptosis หลังจากถูกรังสี UVB ได้ นอกจากนี้ยังช่วยฟื้นฟูเกราะป้องกันผิว โดยกระตุ้นการแสดงออกของโปรตีน Filaggrin (FLG) และ Claudin-1 ซึ่งเป็นโปรตีนที่ช่วยให้โครงสร้างผิวชั้นนอกแข็งแรงและทำให้ผิวชุ่มชื้น สำหรับผลต่อเซลล์ fibroblasts พบว่า สารฟลาโวนอยด์สามารถต้านความเสียหายของเซลล์จากรังสี UVA โดยเพิ่มระดับของคอลลาเจนชนิด IV และ XVII บริเวณรอยต่อระหว่างหนังกำพร้าและหนังแท้ รวมทั้งกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนชนิด I, III และกรดไฮยาลูโรนิก (hyaluronic acid) ในชั้นหนังแท้ และยังมีผลยับยั้งเอนไซม์ matrix metalloproteinase (MMP)-9, MMP-1 และ MMP-3 ซึ่งเกี่ยวข้องกับการสลายคอลลาเจนและโปรตีนในชั้นผิว สรุปว่า สารฟลาโวนอยด์จากเมล็ดชามีฤทธิ์ในการต้านการอักเสบ เสริมสร้างเกราะป้องกันผิว และชะลอความเสื่อมของผิวจากแสง จึงมีศักยภาพในการนำไปพัฒนาใช้เป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์ดูแลผิวได้
Molecules. 2026, 31, 871. doi: 10.3390/molecules31050871.