การศึกษาทางคลินิกแบบสุ่ม ไปข้างหน้า มีกลุ่มควบคุม และดำเนินการในศูนย์วิจัยแห่งเดียว (randomized, prospective, single-center, and controlled trial) เพื่อประเมินประสิทธิผลและความปลอดภัยของการใช้เจลผสมเฮปารินโซเดียมและอัลลันโทอิน (compound heparin sodium allantoin gel; CHSAG) ที่มีองค์ประกอบหลักคือสารสกัดจากหัวหอม (onion extract) ซึ่งมี quercetin เป็นสารออกฤทธิ์ (เจล CHSAG ปริมาณ 100 ก. ประกอบด้วยสารสกัดจากหัวหอม 10.0 ก., heparin sodium 5,000 IU, allantoin 1 ก.) เพื่อใช้เป็นยาเฉพาะที่ในการรักษาโรคผิวหนังอักเสบโรซาเชีย (rosacea) โดยมีผู้ป่วยเข้าร่วม 82 ราย แบ่งออกเป็นกลุ่มทดสอบให้ทาเจล CHSAG วันละ 2 ครั้ง ในปริมาณ 1-2 ก./ครั้ง และรับประทานยา doxycycline 50 มก./วัน และกลุ่มควบคุมให้ทาอิมัลชันกรดไฮยาลูโรนิก (hyaluronic acid) วันละ 2 ครั้ง ในปริมาณ 1-2 ก./ครั้ง และรับประทานยา doxycycline 50 มก./วัน เช่นเดียวกัน ทำการทดสอบเป็นระยะเวลา 8 สัปดาห์ ทำการประเมินรอยแดง (clinician erythema assessment score), การประเมินโดยรวม (investigator global assessment score), การสูญเสียน้ำผ่านผิวหนัง (trans-epidermal water loss; TEWL) และความชุ่มชื้นของผิวหนัง (skin hydration) ณ สัปดาห์ที่ 0, 2, 4, 8 และ 12 รวมทั้งการประเมินเกี่ยวกับคุณภาพชีวิตที่เฉพาะเจาะจงสำหรับโรคโรซาเซีย อาการคัน ผิวแห้ง แสบร้อน รวมถึงการประเมินความสวยงามโดยรวม (global aesthetic improvement scale) และการประเมินตนเองของผู้ป่วย ผลการศึกษาพบว่าการทาเจล CHSAG ต่อเนื่อง 8 และ 12 สัปดาห์ ช่วยลดระดับคะแนน CEA รวมถึงคะแนน IGA และคะแนนคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเข้าสู่สัปดาห์ที่ 12 เจลยังช่วยปรับปรุงเกราะป้องกันผิวด้วยการเพิ่มความชุ่มชื้นและลดการสูญเสียน้ำผ่านผิวหนังได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่มีการติดเชื้อไรขน (demodex) การใช้เจล CHSAG ให้ผลการรักษาและปรับปรุงการทำงานของเกราะป้องกันผิวได้ดีกว่าการใช้กรดไฮยาลูโรนิก ซึ่งอาจเป็นผลมาจากการยับยั้งความผิดปกติของไรขน การปรับปรุงเกราะป้องกันผิว และการซ่อมแซมบาดแผลขนาดเล็กบนผิวหนัง จากผลการศึกษาสรุปได้ว่าเจล CHSAG มีประสิทธิภาพในการลดรอยแดงบนใบหน้า บรรเทาอาการคันและแสบร้อน และช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยให้ดีขึ้น นอกจากนี้ ในด้านความปลอดภัยพบว่ากลุ่มที่ใช้เจล CHSAG มีอัตราการเกิดผลข้างเคียงต่ำกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญ (18.18% เทียบกับ 62.50%) และอาการแสบคันชั่วคราวจะหายไปเองภายใน 2 สัปดาห์แรกของการใช้
*โรคผิวหนังอักเสบโรซาเชีย (rosacea) เป็นโรคผิวหนังอักเสบเรื้อรัง มีลักษณะเป็นผื่นแดง ตุ่มนูนแดง ตุ่มหนอง และร่างแหของหลอดเลือดฝอย บริเวณจมูก แก้ม คาง และหน้าผาก อาจมีอาการแสบคัน หน้าบวม ผิวหนังนูนหนา และอาจมีอาการตาแดง ตาแห้ง เคืองตาร่วมด้วย
ข้อมูลจาก: https://www.si.mahidol.ac.th/th/healthdetail.asp?aid=1497