การศึกษาทางคลินิกเพื่อประเมินผลของการให้สาร resveratrol ร่วมกับการขูดหินน้ำลายและเกลารากฟันด้วยเครื่องอัลตราโซนิกทั้งปาก (full-mouth ultrasonic debridement; FMUD) ในผู้ป่วยโรคปริทันต์อักเสบที่สูบบุหรี่ โดยทำการทดสอบในผู้ป่วยจำนวน 38 รายถูกสุ่มแบ่งออกเป็นสองกลุ่ม ได้แก่ กลุ่มยาหลอก (n = 19) รับการรักษาด้วย FMUD และได้รับยาหลอกเป็นเวลา 180 วัน และกลุ่มทดสอบ (n = 19) รับการรักษาด้วย FMUD และได้รับสาร resveratrol 500 มก./วัน เป็นเวลา 180 วัน ทำการประเมินผลทางคลินิกผลเกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกันและการอักเสบ ในช่วงเริ่มการทดสอบและที่ 3, 6 และ 12 เดือนหลังการทดสอบ รวมทั้งการประเมินผลทางจุลชีววิทยาในช่วงเริ่มการทดสอบและที่ 3 และ 6 เดือนหลังการทดสอบ ผลการศึกษาพบว่ากลุ่มที่ได้รับสาร resveratrol มีค่าความลึกของร่องลึกปริทันต์ (probing depth; PD), ระดับการยึดเกาะทางคลินิก (clinical attachment level; CAL) และการเจริญเติบโตของจุลชีพในคราบจุลินทรีย์ (plaque microbial growth; PMG) ต่ำกว่าเมื่อเทียบกับกลุ่มยาหลอกอย่างมีนัยสำคัญตลอดช่วงเวลาการศึกษา นอกจากนี้ยังพบว่าปริมาณของเชื้อแบคทีเรีย Aggregatibacter actinomycetemcomitans (Aa) ในตำแหน่งที่มีร่องลึกปริทันต์ระดับปานกลางและระดับลึกสูงกว่าอย่างมีนัยสำคัญในกลุ่มยาหลอกที่ระยะ 3 เดือน และในตำแหน่งที่มีร่องลึกปริทันต์ระดับลึกของกลุ่มที่ได้รับสาร resveratrol มีปริมาณของเชื้อแบคทีเรีย Aa ต่ำกว่าที่ระยะ 6 เดือน สำหรับผลการวิเคราะห์ทางอิมมูโนวิทยาแสดงให้เห็นว่าในตำแหน่งที่มีร่องลึกปริทันต์ระดับลึกของกลุ่มที่ได้รับสาร resveratrol มีระดับ IL-1β ต่ำกว่า ที่ 3 เดือน และปริมาณของ IL-6 ต่ำกว่า ที่ 3 และ 12 เดือน ทั้งในตำแหน่งที่มีความลึกระดับปานกลางและระดับลึก จากผลการทดสอบสรุปได้ว่าการให้สาร resveratrol มีผลช่วยปรับปรุงผลทางคลินิกและช่วยปรับสมดุลของสาร IL-1β และ IL-6 ในตำแหน่งที่ลึกของผู้ป่วยที่สูบบุหรี่เมื่อใช้ร่วมกับการรักษาด้วย FMUD
Clin Oral Investig. 2025;29(9):428. doi: 10.1007/s00784-025-06517-9.