การศึกษาผลของการบริโภคชาจากใบราสเบอร์รี (raspberry) ต่อระดับกลูโคสและอินซูลินหลังมื้ออาหารในอาสาสมัครสุขภาพดี ทำการทดสอบทางคลินิกแบบสุ่มสลับไขว้ (randomized crossover design) ในอาสาสมัครจำนวน 22 คน (ชาย 12 คน, หญิง 10 คน) ทำการทดสอบทั้งหมด 4 ครั้ง โดยให้อาสาสมัครดื่มชาใบราสเบอร์รีที่เติมน้ำตาลกลูโคส 50 ก. (เตรียมโดยการนำผงใบราสเบอร์รีแห้ง 10 ก. ชงกับน้ำเดือด 200 มล. แช่ไว้ 5 นาที กรองเฉพาะน้ำชา โดยในชาให้ปริมาณโพลลีฟีนอลประมาณ 50 มก.) จากนั้นสลับให้ดื่มชาใบราสเบอร์รีที่เติมน้ำตาลซูโคส 50 ก., สารสารละลายน้ำตาลกลูโคส หรือสารสารละลายน้ำตาลซูโคส ปริมาณ 200 มล. โดยมีระยะห่างระหว่างการทดสอบ (wash out periods) เท่ากับ 2-4 สัปดาห์ ประเมินผลจากการวัดระดับน้ำตาลและอินซูลินในเลือดก่อนบริโภค และที่เวลา 15, 30, 60, 90 และ 120 นาทีหลังบริโภค ผลพบว่าการรับประทานชาใบราสเบอร์รีร่วมกับซูโครสช่วยลดระดับน้ำตาลหลังมื้ออาหารอย่างมีนัยสำคัญ โดยที่เวลา 15 นาที ลดลงเฉลี่ย 1.19±0.88 mmol/L (ลดลง 25.59%) และที่ 30 นาที ลดลง 2.03±1.05 mmol/L (ลดลง 43.57%) เมื่อเทียบกับการบริโภคน้ำตาลซูโครสเพียงอย่างเดียว เช่นเดียวกับระดับอินซูลินซึ่งลดลงอย่างมีนัยสำคัญที่เวลา 15 นาที (ลดลง 113.90±59.58 pmol/L), 30 นาที (161.76±91.96 pmol/L) และ 60 นาที (139.44±75.96 pmol/L) อย่างไรก็ตามไม่พบความแตกต่างของระดับน้ำตาลและอินซูลินเมื่อบริโภคชาราสเบอร์รีร่วมกับน้ำตาลกลูโคส ซึ่งชี้ให้เห็นว่าการดื่มชาใบราสเบอร์รีพร้อมอาหารที่มีน้ำตาลซูโครสสามารถช่วยลดการพุ่งสูงของระดับน้ำตาลและอินซูลินหลังมื้ออาหารในอาสาสมัครสุขภาพดี โดยคาดว่าเกี่ยวข้องกับฤทธิ์ของโพลีฟีนอล โดยเฉพาะ ellagic acid ซึ่งเป็นสารโพลีฟีนอลที่พบมากในใบราสเบอร์รีในการยับยั้งเอนไซม์ที่ใช้ในการย่อยคาร์โบไฮเดรต ดังนั้นชาจากใบราสเบอร์รีอาจมีศักยภาพในการปรับการเผาผลาญน้ำตาล และควรมีการศึกษาเพิ่มเติมในกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่อความผิดปกติทางเมตาบอลิซึมต่อไปในอนาคต
Nutrients. 2025;17:2849