ผลของการรับประทานอินทผลัมขณะตั้งครรภ์ต่อการคลอดบุตร

การศึกษาทางคลินิกแบบการวิจัยเชิงย้อนหลัง (retrospective study) เพื่อศึกษาผลของการรับประทานอินทผลัม (Phoenix dactylifera L.) ในหญิงตั้งครรภ์จำนวน 120 คน ณ แผนกสูตินรีเวชกรรม ศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยซาราเยโว (Clinical Center University of Sarajevo) ในช่วงปี ค.ศ. 2020 โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มละ 60 คน กลุ่มที่ 1 รับประทานอินทผลัมวันละ 6 ผล ในช่วง 4 สัปดาห์สุดท้ายก่อนคลอด และกลุ่มที่ 2 เป็นกลุ่มควบคุม ไม่ได้รับประทานอินทผลัมระหว่างตั้งครรภ์ ทำการประเมินผลตัวชี้วัดต่าง ๆ ดังนี้ ระยะเวลาของการเจ็บครรภ์ในแต่ละระยะ, การขยายตัวของปากมดลูก, การใช้ยาเร่งคลอด (oxytocin), และคะแนนประเมินสุขภาพทารกแรกเกิด (APGAR*) ได้แก่ สีผิว (Appearance), ชีพจร (Pulse), การแสดงสีหน้า/การตอบสนองต่อสิ่งกระตุ้น (Grimace), การเคลื่อนไหว (Activity), และ การหายใจ (Respiration) ของทารก พบว่า กลุ่มที่รับประทานอินทผลัมมีการขยายตัวของปากมดลูก (cervical dilatation) มากกว่ากลุ่มควบคุม และมีระยะแฝง (latent phase) สั้นลง โดยปากมดลูกขยายเต็มที่ (10 ซม.) ได้เร็วกว่าและใช้เวลาในการคลอดโดยเฉลี่ยเร็วกว่ากลุ่มควบคุมถึง 8.5 ชม. (กลุ่มควบคุมใช้เวลาประมาณ 15 ชม.) นอกจากนี้ 60% ของกลุ่มที่รับประทานอินทผลัมสามารถคลอดได้เองตามธรรมชาติ และมีเพียง 40% ที่ต้องได้รับยา oxytocin ช่วยกระตุ้น อย่างไรก็ตาม ไม่พบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญในด้านผลลัพธ์ของทารกของทั้ง 2 กลุ่ม โดยคะแนน APGAR ที่นาทีที่ 5 อยู่ในเกณฑ์ดีเยี่ยม (เฉลี่ย 9.20) จากผลการทดลองแสดงให้เห็นว่า การรับประทานอินทผลัมในช่วง 4 สัปดาห์สุดท้ายก่อนการคลอด อาจช่วยให้การคลอดมีประสิทธิภาพดีขึ้น โดยช่วยให้ปากมดลูกขยายตัวเร็วขึ้น ลดระยะเวลาการคลอด รวมทั้งลดความจำเป็นในการใช้ยาเร่งคลอดสังเคราะห์

*หมายเหตุ: APGAR Scoring System เป็นการวัดผลคะแนนหลังทารกลืมตาดูโลก 1 นาที เพื่อประเมินว่าทารกทนต่อกระบวนการคลอดได้ดีหรือไม่ จากนั้นจะประเมินซ้ำหลังจากคลอด 5 นาที หากประเมินแล้วพบอาการผิดปกติ แพทย์จะประเมินซ้ำอีกครั้งหลังคลอด 10 นาที โดยมีหลักเกณฑ์ในการให้คะแนนดังนี้ 7-10 คะแนน = ปกติ, 4-6 คะแนน = ต้องได้รับการดูแลและประเมินซ้ำอย่างเหมาะสม, 0-3 คะแนน = ต้องได้รับการช่วยชีวิตอย่างเร่งด่วน

Med Arch. 2025;79(1):56-60. doi: 10.5455/medarh.2025.79.56-60.