องค์ประกอบทางเคมีและฤทธิ์ต้านเชื้อราของน้ำมันหอมระเหยจากเปลือกผลมะกรูดสดและเปลือกผลมะกรูดย่าง

การวิเคราะห์องค์ประกอบทางเคมีของน้ำมันหอมระเหยที่สกัดจากเปลือกผลมะกรูดสดและเปลือกผลมะกรูดย่าง ด้วยวิธี gas chromatography-mass spectrometry (GC-MS) พบว่าน้ำมันหอมระเหยจากเปลือกผลมะกรูดสด ประกอบด้วย β-pinene (22.02%), D-limonene (18.22%) และ terpinen-4-ol (11.54%) ขณะที่น้ำมันหอมระเหยจากเปลือกผลมะกรูดย่าง ประกอบด้วย β-pinene (7.66%), D-limonene (10.86%) และ terpinen-4-ol (23.93%) ซึ่งกระบวนการการย่างหรือให้ความร้อนส่งผลต่อองค์ประกอบทางเคมีของน้ำมันหอมระเหย โดยลดปริมาณของ β-pinene และ D-limonene ในขณะที่ปริมาณของ terpinen-4-ol เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ สารบางชนิดเช่น citronellal อาจจะสลายตัวไปหลังจากการย่าง เมื่อทดสอบฤทธิ์ต้านเชื้อรา (Trichophyton rubrum, T. mentagrophytes, Microsporum canis, Nannizzia gypsea, Candida albicans และ C. tropicalis) ของน้ำมันหอมระเหยทั้ง 2 ชนิด ด้วยวิธี disc diffusion assay โดยใช้ความเข้มข้น 2-10 มคล./แผ่น พบว่าน้ำมันหอมระเหยทั้ง 2 ชนิด มีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อราทั้งหมดที่ใช้ทดสอบ โดยมีฤทธิ์แปรผันตามความเข้มข้น (dose-dependent manner) ซึ่งน้ำมันหอมระเหยจากเปลือกผลมะกรูดย่างจะมีฤทธิ์ต้านเชื้อราดีกว่าน้ำมันหอมระเหยจากเปลือกผลมะกรูดสด โดยลำดับของฤทธิ์ต้านเชื้อราสูงสุดของน้ำมันหอมระเหยจากเปลือกผลมะกรูดย่าง คือ C. albicans > T. rubrum > M. canis > N. gypsea > T. mentagrophytes > C. tropicalis ผลจากการศึกษาสรุปได้ว่า การย่างผลมะกรูดมีผลเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบทางเคมีของน้ำมันหอมระเหยในเปลือกผล โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเพิ่มขึ้นของ terpinen-4-ol ซึ่งนำไปสู่การเพิ่มฤทธิ์ในการต้านเชื้อราของน้ำมันหอมระเหย

Pharm Sci Asia. 2025;52(2):250-9.