การทดสอบฤทธิ์ต้านการเกิดแผลในกระเพาะอาหาร (gastric ulcer) ในหนูแรทที่ถูกเหนี่ยวนำให้เกิดแผลด้วย anhydrous ethanol ของน้ำมันหอมระเหยจากเมล็ดเทียนขาวที่แยกด้วยเทคนิค column chromatography ซึ่งจะได้ส่วนสกัดจำนวน 3 ส่วน (E1-E3) โดย E1 มีสาร o-isopropyl toluene (41.61%) เป็นส่วนประกอบหลัก E2 มีสาร cuminaldehyde (41.94%) เป็นส่วนประกอบหลัก และ E3 มีสาร terpineol (36.15%) เป็นส่วนประกอบหลัก ทำการทดสอบโดยแบ่งหนูออกเป็น 9 กลุ่ม กลุ่มละ 10 ตัว กลุ่มที่ 1 เป็นหนูปกติ (กลุ่มควบคุม) กลุ่มที่ 2 ถูกกระตุ้นให้เกิดแผลแต่ไม่ได้รับสารทดสอบใด ๆ กลุ่มที่ 3-5 ได้รับส่วนสกัด E1, E2, E3 ที่ความเข้มข้นต่ำ (100 มก./กก.) กลุ่มที่ 6-8 ได้รับส่วนสกัด E1, E2, E3 ที่ความเข้มข้นสูง (200 มก./กก.) และกลุ่มที่ 9 ได้รับยามาตรฐาน cimetidine ขนาด 100 มก./กก. ซึ่งหนูในกลุ่มที่ 2-9 จะได้รับ ethanol ขนาด 1 มล./นน.ตัว 100 ก. หลังจากอดอาหารมานาน 24 ชม. หลังจากนั้น 2 ชม. หนูในกลุ่มที่ 2 จะได้รับการพิสูจน์ซากเพื่อบันทึกลักษณะการเกิดแผล ส่วนหนูในกลุ่มที่ 3-9 จะได้รับสารทดสอบเป็นเวลานาน 10 วันติดต่อกัน และหลังจากให้สารทดสอบครั้งสุดท้าย จะให้หนูอดอาหารนาน 24 ชม. จากนั้นจึงทำการพิสูจน์ซาก โดยประเมินผลด้วยการวัดค่าดัชนีแผล (ulcer index) ค่าทางชีวเคมี ภาวะเครียดออกซิเดชันและการอักเสบ รวมทั้งวิเคราะห์โปรตีนที่เกี่ยวข้องกับการตายของเซลล์ ซึ่งพบว่า ส่วนสกัด E1-E3 สามารถยับยั้งการเกิดแผลในกระเพาะอาหารได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยประสิทธิภาพจะขึ้นกับขนาดที่ให้ และส่วนสกัด E3 ออกฤทธิ์ได้ดีที่สุด (จึงคาดว่าสาร terpineol เป็นสารออกฤทธิ์) ซึ่งส่วนสกัดทั้งหมดสามารถออกฤทธิ์ลดการอักเสบผ่านการยับยั้งการทำงานของ NF-κB pathway และทำให้การหลั่งสาร IL-6 และ TNF-α ลดลง ออกฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ โดยทำให้ระดับเอนไซม์ CAT และ SOD เพิ่มขึ้น ยับยั้งกระบวนการตายของเซลล์ โดยทำให้ระดับของโปรตีนของ Bax และ cleaved caspase-3 ลดลง รวมทั้งทำให้ความผิดปกติต่าง ๆ ที่เกิดจากการเหนี่ยวนำด้วย ethanol ลดลงอย่างชัดเจน และถึงแม้ว่าประสิทธิภาพการออกฤทธิ์จะน้อยกว่ายามาตรฐานในขนาดที่ทำการทดสอบ แต่ก็ถือว่ามีแนวโน้มที่ดีในการนำน้ำมันหอมระเหยจากเมล็ดเทียนขาวไปพัฒนาเป็นยาหรือผลิตภัณฑ์สำหรับต้านการเกิดแผลในกระเพาะอาหารที่มีสาเหตุมาจาก ethanol ได้
J Food Sci. 2025;90(1):e17572. doi: 10.1111/1750-3841.17572.