ผลของกระเจี๊ยบแดงต่อตัวชี้วัดกระบวนการเผาผลาญพลังงานในผู้ที่มีภาวะอ้วนลงพุงและมีภาวะเมตาบอลิกซินโดรมในระดับไม่รุนแรง

การศึกษาทางคลินิกแบบสุ่ม ปกปิดสองฝ่าย และมียาหลอกควบคุม (double-blind, randomized, placebo-controlled trial) เพื่อประเมินผลของสารสกัดน้ำจากกลีบเลี้ยงกระเจี๊ยบแดง (Hibiscus sabdariffa L.) ต่อภาวะดื้อต่ออินซูลินและตัวชี้วัดกระบวนการเผาผลาญพลังงาน (metabolic parameters) รวมถึงประเมินความปลอดภัยของสารสกัดกระเจี๊ยบแดงในผู้ที่มีภาวะอ้วนลงพุงและมีกลุ่มอาการที่เป็นผลมาจากการควบคุมกระบวนการเผาผลาญผิดปกติหรือภาวะเมตาบอลิกซินโดรมในระดับไม่รุนแรง (mild metabolic syndrome) จำนวน 108 ราย อายุ 18-65 ปี สุ่มแบ่งให้อาสาสมัครรับประทานสารสกัดน้ำจากกลีบเลี้ยงกระเจี๊ยบแดง ขนาด 1,000 มก./วัน (ได้รับโพลีฟีนอลรวม 45.04 มก./วัน) หรือยาหลอก เป็นเวลา 12 สัปดาห์ ทำการประเมินภาวะดื้อต่ออินซูลิน (HOMA-IR) ตัวชี้วัดระดับน้ำตาลในเลือด ดัชนีมวลกาย (BMI) เส้นรอบเอว ค่าไขมันในเลือดและความดันโลหิต ในช่วงก่อนและหลังศึกษาที่ 6 และ 12 สัปดาห์ รวมถึงประเมินค่าการทำงานของตับ ไต และค่าทางโลหิตวิทยา ผลพบว่าสารสกัดจากกระเจี๊ยบแดงไม่มีผลต่อภาวะดื้ออินซูลิน น้ำตาลในเลือด BMI เส้นรอบเอว ไขมันในเลือด และความดันโลหิตอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับยาหลอก แต่มีผลลดระดับ low-density lipoprotein (LDL) ลงอย่างมีนัยสำคัญที่สัปดาห์ที่ 12 ( ลดลง −7.98 มก./ดล.) นอกจากนี้สารสกัดจากกระเจี๊ยบแดงไม่มีผลเปลี่ยนแปลงค่าการทำงานของตับ ไต หรือค่าทางโลหิตวิทยาเมื่อเทียบกับยาหลอก การศึกษานี้แสดงให้เห็นว่าการรับประทานสารสกัดน้ำจากกลีบเลี้ยงกระเจี๊ยบแดง ขนาด 1,000 มก./วัน มีความปลอดภัย และช่วยลดระดับ LDLแต่ไม่มีผลต่อตัวชี้วัดกระบวนการเผาผลาญพลังงานอื่น ๆ ในผู้ที่มีภาวะอ้วนลงพุงและภาวะเมตาบอลิกซินโดรมในระดับไม่รุนแรง

Complement Ther Med. 2025;91:103185