คำถาม : ยางสน- สอบถามการสกัดน้ำมันหอมระเหย ยางสน สมัยก่อนทำอย่างไรคะ ทำอย่างไรค่ะ และหากจะแปรรูปเอากลิ่นมาทำเทียนไข ควรสกัดอย่างไรคะ
- Date : 1/10/2569 16:26:00
คำตอบ : ยางสน (pine oleoresin) เป็นสารที่ได้จากต้นไม้สกุล Pinus เป็นส่วนผสมของสารกลุ่มเทอร์พีนทั้งชนิดที่ระเหยได้และไม่ระเหย โดยส่วนที่ระเหยได้ประกอบด้วยสารกลุ่ม monoterpenes และ sesquiterpenes ซึ่งเป็นส่วนของ turpentine และส่วนที่ไม่ระเหยส่วนใหญ่เป็นสารกลุ่ม diterpenes ซึ่งเป็นส่วนของ rosin หรือชันสน ยางสนเป็นกลไกป้องกันตามธรรมชาติของต้นสนในการป้องกันแมลงและเชื้อราที่เข้าทำลายต้นไม้ การเก็บยางสนแบบดั้งเดิมใช้วิธีการทำให้เกิดบาดแผลบนเปลือกต้นของต้นสนเป็นระยะ ๆ เพื่อกระตุ้นให้ยางสนไหลออกมา จากนั้นจึงรวบรวมยางที่ไหลออกจากบริเวณแผล แล้วนำมาแยกส่วนที่ระเหยได้และส่วนที่ไม่ระเหยโดยวิธีการกลั่นด้วยไอน้ำ กระบวนการนี้ทำให้ได้ผลิตภัณฑ์หลัก 2 ส่วน คือ turpentine ซึ่งเป็นส่วนที่ระเหยได้ และ rosin ซึ่งเป็นส่วนที่ไม่ระเหย โดยองค์ประกอบทางเคมีของ turpentine แตกต่างกันไปตามชนิดของสน แหล่งภูมิศาสตร์ อายุ และสภาพแวดล้อมของต้นสน โดยองค์ประกอบสำคัญของ turpentine คือ สาร monoterpenes กลุ่ม pinenes ในด้านการใช้ประโยชน์ turpentine สามารถนำไปใช้เป็นวัตถุดิบสำหรับผลิตภัณฑ์หลายชนิด รวมถึงสารแต่งกลิ่นและน้ำหอม ขณะที่ rosin สามารถนำไปใช้ผลิตกาว สารเคลือบ หมึกพิมพ์ และผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมอื่น ๆ
ดังนั้น หากต้องการนำกลิ่นจากยางสนไปพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ เช่น เทียนหอม จึงควรใช้ส่วนที่ระเหยได้หรือ turpentine fraction มากกว่าส่วน rosin โดยสามารถใช้การกลั่นด้วยไอน้ำเพื่อแยกส่วนดังกล่าว แล้วนำไปศึกษาสมบัติและองค์ประกอบทางเคมี ก่อนนำไปผสมกับไขเทียน และไม่ควรนำยางสนดิบหรือ rosin มาใส่ในเทียนโดยตรง เพราะเป็นส่วนที่ไม่ระเหยและอาจมีผลต่อคุณสมบัติของเนื้อเทียนและการเผาไหม้ ทั้งนี้ควรทดสอบความเข้มข้นของน้ำมันที่เหมาะสม รวมถึงกลิ่นขณะยังไม่จุดและขณะเผาไหม้ก่อนพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ใช้งานจริง
อ้างอิง : Rodrigues-Corrêa KCS, Lima JC, Fett-Neto AG. Pine oleoresin: tapping green chemicals, biofuels, food protection, and carbon sequestration from multipurpose trees. Food Energy Secur. 2013;1(2):81-93. doi:10.1002/fes3.13.