คำถาม : สกัดน้ำมันจากข่า ตะไคร้ และ ใบมะกรูด- สนใจที่จะสกัดน้ำมันจากข่า ตะไคร้ และ ใบมะกรูดโดยใช้การกลั่นแบบไอน้ำ (distiller) เลยอยากทราบว่าต้องใช้เวลานานเท่าไหร่ ถ้าใช้แบบแห้ง ที่ผ่านมาลองทำแล้วหลายครั้ง แต่ไม่ค่อยทีน้ำมันออกมา เลยไม่มั่นใจว่าพลาดตรงไหน พอทีข้อมูลแนะนำไหมค่ะ
- Date : 29/8/2568 16:44:00
คำตอบ : การสกัดน้ำมันหอมระเหยจากข่า ตะไคร้ และใบมะกรูดด้วยวิธีการกลั่นด้วยไอน้ำ (Steam Distillation) เป็นวิธีที่นิยมและมีประสิทธิภาพ ลองดูนะคะว่ามีข้อผิดพลาดตรงไหน
ขั้นตอนการสกัดน้ำมันหอมระเหยจากข่า ตะไคร้ และใบมะกรูดด้วยวิธีการกลั่นด้วยไอน้ำ
อุปกรณ์ที่จำเป็น:
ชุดกลั่นด้วยไอน้ำ (Steam Distillation Unit): ประกอบด้วยหม้อต้มน้ำ (boiler), หม้อบรรจุวัตถุดิบ (still or retort), คอนเดนเซอร์ (condenser), และภาชนะรองรับน้ำมันหอมระเหย (receiver/separator หรือ Florence flask)
วัตถุดิบ:
o ข่า: เลือกข่าแก่ที่สมบูรณ์ ล้างทำความสะอาด หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ หรือทุบให้แตกเพื่อเพิ่มพื้นที่ผิวในการสสกัด
o ตะไคร้: เลือกตะไคร้ที่สดและสมบูรณ์ ล้างทำความสะอาด หั่นเป็นท่อนๆ หรือซอยเป็นชิ้นเล็กๆ
o ใบมะกรูด: เลือกใบที่สด ไม่มีตำหนิ ล้างทำความสะอาด หั่นหรือฉีกเป็นชิ้นเล็กๆ
น้ำกลั่น (Distilled Water): สำหรับใช้ในหม้อต้มน้ำ
ภาชนะเก็บน้ำมันหอมระเหย: ขวดแก้วสีชา ปิดสนิท
ขั้นตอนการสกัด:
1. การเตรียมวัตถุดิบ:
o นำข่า ตะไคร้ และใบมะกรูดที่เตรียมไว้ (หั่น/ทุบ/ฉีก) ใส่ลงในหม้อบรรจุวัตถุดิบของชุดกลั่น ควรจัดเรียงวัตถุดิบให้เหมาะสม ไม่แน่นจนเกินไป เพื่อให้ไอน้ำสามารถไหลผ่านได้อย่างทั่วถึง
o ข้อแนะนำ: การเตรียมวัตถุดิบที่ดีจะช่วยเพิ่มปริมาณและคุณภาพของน้ำมันหอมระเหยที่ได้ เช่น การหั่นให้มีขนาดเล็กพอเหมาะ หรือการทำให้เซลล์แตกบางส่วน (เช่น การทุบข่าเบาๆ) จะช่วยให้น้ำมันหอมระเหยถูกปลดปล่อยออกมาได้ง่ายขึ้น
2. การประกอบชุดกลั่น:
o เติมน้ำกลั่นลงในหม้อต้มน้ำในปริมาณที่เหมาะสม ไม่มากหรือน้อยเกินไป (โดยปกติจะประมาณ 2 ใน 3 ของหม้อ)
o ต่อท่อส่งไอน้ำจากหม้อต้มน้ำไปยังหม้อบรรจุวัตถุดิบ
o ต่อท่อไอน้ำออกจากหม้อบรรจุวัตถุดิบไปยังคอนเดนเซอร์
o ต่อระบบน้ำหล่อเย็นเข้า-ออกคอนเดนเซอร์ เพื่อให้ไอน้ำควบแน่นกลับเป็นของเหลว
o วางภาชนะรองรับน้ำมันหอมระเหยไว้ที่ปลายทางของคอนเดนเซอร์
3. การเริ่มกระบวนการกลั่น:
o เปิดเครื่องทำความร้อนหรือให้ความร้อนแก่หม้อต้มน้ำ เมื่อน้ำเดือด จะเกิดไอน้ำ
o ไอน้ำจะถูกส่งผ่านไปยังหม้อบรรจุวัตถุดิบ โดยไอน้ำร้อนจะซึมผ่านเนื้อเยื่อของพืช พาเอาน้ำมันหอมระเหยออกมา
o ส่วนผสมของไอน้ำและน้ำมันหอมระเหยจะเคลื่อนที่ผ่านไปยังคอนเดนเซอร์
o ในคอนเดนเซอร์ ไอน้ำและน้ำมันหอมระเหยจะเย็นตัวลงและควบแน่นกลับเป็นของเหลว (น้ำและน้ำมันหอมระเหย)
o ของเหลวที่ได้จะไหลลงสู่ภาชนะรองรับน้ำมันหอมระเหย
4. การแยกน้ำมันหอมระเหย:
o เนื่องจากน้ำมันหอมระเหยส่วนใหญ่จะมีความหนาแน่นน้อยกว่าน้ำและไม่ละลายน้ำ น้ำมันหอมระเหยจึงจะลอยตัวเป็นชั้นอยู่เหนือน้ำ
o ใช้กรวยแยก (separatory funnel) หรือเครื่องแยกน้ำมันหอมระเหย (oil separator) เพื่อแยกชั้นน้ำมันหอมระเหยออกจากน้ำ (hydrosol หรือ floral water)
o ข้อควรระวัง: ระมัดระวังในการแยกให้ได้น้ำมันหอมระเหยที่บริสุทธิ์ที่สุด
5. การเก็บรักษาน้ำมันหอมระเหย:
o นำน้ำมันหอมระเหยที่ได้ใส่ในขวดแก้วสีชา ปิดฝาให้สนิท
o เก็บไว้ในที่เย็น มืด และห่างจากแสงแดด เพื่อคงคุณภาพและยืดอายุการเก็บรักษา
ระยะเวลาในการสกัด
ระยะเวลาในการสกัดน้ำมันหอมระเหยด้วยไอน้ำจะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น:
ชนิดและปริมาณของวัตถุดิบ: พืชแต่ละชนิดมีปริมาณน้ำมันหอมระเหยและโครงสร้างเซลล์ที่แตกต่างกัน
ขนาดของวัตถุดิบ: วัตถุดิบที่หั่นหรือบดละเอียดจะมีพื้นที่ผิวสัมผัสกับไอน้ำมากขึ้น ทำให้สกัดได้เร็วขึ้น
ประสิทธิภาพของชุดกลั่น: ขนาดและประสิทธิภาพของคอนเดนเซอร์มีผลต่อความเร็วในการควบแน่น
อัตราการให้ไอน้ำ: การควบคุมอุณหภูมิและความดันของไอน้ำให้เหมาะสม
โดยทั่วไปแล้ว:
ข่า: การสกัดน้ำมันหอมระเหยจากข่าอาจใช้เวลาประมาณ 2-4 ชั่วโมง หรืออาจจะนานกว่านั้นขึ้นอยู่กับความต้องการปริมาณน้ำมัน
ตะไคร้: การสกัดน้ำมันหอมระเหยจากตะไคร้มักใช้เวลาประมาณ 1.5-3 ชั่วโมง
ใบมะกรูด: การสกัดน้ำมันหอมระเหยจากใบมะกรูดมักใช้เวลาประมาณ 1-2.5 ชั่วโมง
ข้อควรทราบ: การสังเกตปริมาณน้ำมันที่ไหลออกมาเป็นสิ่งสำคัญ เมื่อสังเกตว่าไม่มีน้ำมันไหลออกมาเพิ่มแล้ว แสดงว่าการสกัดสิ้นสุดลง