คำถาม : สะเดา
  • ทำโครงงานเรื่องเม็ดฟู่จากสะเดาเพื่อลดแบคทีเรียและเชื้อโรคในผัก ซี่งน้องใช้สารสกัดจากสะเดาค่ะ อยากรู้ว่ามีวิธีการสกัดแบบไหนบ้างคะ แล้ววิธีไหนที่จะได้ประสิทธิภาพมากที่สุด
  • Date : 28/2/2568 14:48:00
คำตอบ : สาร azadirachtin เป็นสารสำคัญที่พบในสะเดา พบมากที่สุดในส่วนของเมล็ดของผลที่แก่จัด โดยมีวิธีสกัดแบบง่ายคือ นำผลสะเดาที่แก่จัดมาแยกเอาแต่เมล็ด นำเฉพาะส่วนเมล็ดไปผึ่งแดดให้แห้ง แล้วนำไปกะเทาะเปลือกเอาแต่เนื้อในเมล็ด นำส่วนที่ได้นี้ไปบดละเอียด แล้วนำผงที่ได้ไปบีบอัดเพื่อแยกส่วนน้ำมันออก (หากไม่มีเครื่องมือในการบีบน้ำมัน สามารถใช้วิธีบีบเหมือนคั้นกะทิ โดยเติมน้ำเปล่า 500 มล. ต่อผลสะเดาป่น 4 กก. บีบและนวดจนผงสะเดาเหนียว คล้ายกับแป้ง ตั้งทิ้งไว้ในภาชนะ สักพักน้ำมันจากเมล็ดสะเดาจะแยกตัวออกมาเหนือแป้ง แล้วจึงทำการแยกน้ำมันออกไป) จากนั้นจึงนำส่วนกากที่เหลือไปสกัดต่อด้วยเอทานอล โดยใช้อัตราส่วนผงสะเดา 1 ส่วนต่อแอลกอฮอล์ 2-3 ส่วน โดยวิธีการหมัก (maceration) หมั่นกวนให้ผงเมล็ดสะเดาสัมผัสกับตัวทำละลายให้มากที่สุด (ระยะเวลาการหมัก 2-5 วัน) จากนั้นทิ้งไว้ให้ตกตะกอน ส่วนของเหลวที่ได้คือส่วนของแอลกอฮอล์ที่มีสาร azadirachtin ผสมอยู่ จากนั้นนำสารสกัดที่ได้ไประเหยเอาแอลกอฮอล์ออก ใช้อุณหภูมิใม่เกิน 55 องศาเซลเซียล เนื่องจากสาร azadirachtin เป็นสารที่ไม่ทนความร้อน สามารถสลายไปได้หากโดนความร้อนสูง เมื่อระเหยตัวทำละลายออกไปหมดแล้วก็จะได้สารสกัด azadirachtin เข้มข้น และหากต้องการสารบริสุทธิ์ จากนั้นจึงนำไปทำการแยกให้ได้สารบริสุทธิ์ด้วยเทคนิคต่างๆ เช่น column chromatography, Thin-layer chromatography (TLC) เป็นต้น

อ้างอิง : หนังสือเทคโนโลยีการผลิตสารสกัดจากสะเดา คณะวิศกรรมและเทคโลโลยีการเกษตร สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล