เสนียด





ชื่อวิทยาศาสตร์         Justicia vasica L.

วงศ์                         Acanthaceae

ชื่อพ้อง                    Adhatoda vasica Nees, A. zeylanica Medik.

ชื่ออื่นๆ                   กระเหนียด กุลาขาว บัวลาขาว บัวฮาขาว โบราขาว โมรา เสนียดโมรา หูรา หูหา Malabar nut

สารออกฤทธิ์            alkaloid, saponin (1)

 

ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาที่เกี่ยวกับแก้ไอ

1. ฤทธิ์แก้ไอ

          การทดลองทางคลินิกแบบ double blind study ในผู้ป่วยที่มีอาการไอที่คาดว่ามีสาเหตุมาจากการติดเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดหลอดลมอักเสบ แบ่งเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มทดลอง 26 คน รับประทานยาปฏิชีวนะและยาน้ำแก้ไอสมุนไพร (ประกอบด้วยกะเพรา ชะเอม ขิง ขมิ้น เสนียด มะแว้งต้น โกฐกระดูก พริกหาง สมอพิเภก ว่านหางจระเข้ และเมนทอล) กลุ่มควบคุม 26 คน รับประทานยาปฏิชีวนะและยาหลอก ขนาดของยาที่รับประทานทั้งสองกลุ่ม ครั้งละ 2 ช้อนชา วันละ 3 ครั้ง ผลการทดลองพบว่าในวันที่ 8 ของการทดลอง กลุ่มที่รับประทานยาแก้ไอสมุนไพร อาการไอจะหายไปร้อยละ 46.15 อาการไอลดลงมากกว่า 75% ร้อยละ 38.46  อาการไอลดลง 25-75% ร้อยละ 15.38 ในขณะที่กลุ่มควบคุมไม่มีผู้ป่วยคนใดหายจากอาการไอ ส่วนใหญ่อาการจะลดลง 25-75% ร้อยละ 69.23 ผู้ป่วยที่รับประทานยาแก้ไอสมุนไพรจะมีอาการไอเวลากลางคืนน้อยกว่ากลุ่มควบคุม และเสมหะที่เกิดจากการไอในกลุ่มที่รับประทานยาแก้ไอสมุนไพร เหลือเพียง 14 คนเท่านั้น (คิดเป็น 53.85%) ส่วนผู้ป่วยในกลุ่มควบคุมทุกคนยังคงมีเสมหะอยู่ (2) 

เมื่อให้สารสกัดเอทานอล (80%) จากใบและดอก เปรียบเทียบกับยา codeine ทางปากหนูตะเภาที่ถูกเหนี่ยวนำให้เกิดความระคายเคืองจากละออง 5% citric acid, 2.8% NH4OH และ 0.5 N H2SO4 พบว่าทั้งสารสกัดและยา codeine สามารถยับยั้งอาการไอได้สูงสุดเพียง 75% ขนาดของสารสกัดที่สามารถระงับอาการไอได้ 50% (ED50) เมื่อได้รับละอองที่กระตุ้นให้เกิดอาการไอดังกล่าว เท่ากับ 75.6, 200 และ 125.8 มก./กก. ตามลำดับ เมื่อฉีดสารสกัดเอทานอล (80%) จากใบและดอก ขนาด 5, 10 และ 20 มก./กก. เข้าหลอดเลือดดำกระต่ายที่ถูกทำให้ไอโดยการไปกระตุ้นผนังของหลอดลม trachea ด้วย polyethylene catheter พบว่าสารสกัดสามารถลดอาการไอได้ สารสกัดขนาด 5 มก./กก. จะลดอาการไอได้น้อยที่สุด และสารสกัดขนาด 20 มก./กก. จะลดอาการไอได้มากที่สุด เมื่อเปรียบเทียบผลกับยา codeine สารสกัดดังกล่าวจะมีฤทธิ์เป็น 1 ใน 10 เท่าของ codeine เมื่อฉีดสารสกัดเอทานอล (80%) จากใบและดอกเข้าหลอดเลือดดำหนูตะเภาที่ถูกกระตุ้นให้ไอโดยใช้ไฟฟ้าไปกระตุ้นที่เส้นประสาท vagus พบว่าสามารถยับยั้งอาการไอได้ ค่า ED50 ของสารสกัดหลังจากได้รับสารสกัด 5 นาที เท่ากับ 15.5 มก./กก. ในขณะที่ ED50 ของยา codeine เท่ากับ 0.8 มก./กก. ดังนั้นสารสกัดจึงมีฤทธิ์เป็น 1/15-1/20 เท่าของ codeine เมื่อให้สารสกัดเอทานอล (80%) จากใบและดอกทางปากหนูตะเภาที่ถูกกระตุ้นให้ไอโดยการใช้ไฟฟ้าไปกระตุ้นที่ mucosa ของหลอดลม ค่า ED50 ของสารสกัดเท่ากับ 35.8 มก./กก. ขณะที่ ED50 ของยา codeine เท่ากับ 8.8 มก./กก. ดังนั้นสารสกัดจึงมีฤทธิ์เป็น 1/4 เท่าของยา codeine  (3)

2. ฤทธิ์ลดการอักเสบ

เมื่อทาสารสกัดเอทานอล:น้ำ (50%) จากเปลือก ขนาด 0.5 มก./หู และ 30 มคล. ที่หูหนูถีบจักรที่ถูกเหนี่ยวนำให้หูบวมอักเสบด้วย arachinidic acid และ oxazolone ตามลำดับ พบว่ามีฤทธิ์ลดการอักเสบของหูหนูอย่างอ่อน แต่เมื่อให้สารสกัดขนาด 1 มก./หู จะสามารถลดการอักเสบของหูหนูถีบจักรที่ถูกเหนี่ยวนำให้อักเสบด้วย 12-O-tetradecanoylphorbol-13-acetate (TPA) (4) และเมื่อทำการทดสอบฤทธิ์ต้านการอักเสบด้วย modified hen’s egg chorioallantoic membrane พบว่า อัลคาลอยด์แฟรคชั่น ซาโปนินแฟรคชั่น แฟรคชั่นที่ไม่ไช่อัลคาลอยด์ และสารสกัดเมทานอลขนาด 15, 15, 25 และ 25  มคก./ไข่ ตามลำดับ มีฤทธิ์ต้านการอักเสบ และอัลคาลอยด์แฟรคชั่น ในขนาด 50 มคก./pellet จะมีฤทธิ์ลดการอักเสบเท่ากับ hydrocortisone (1) ให้หนูขาวที่ถูกเหนี่ยวนำให้อุ้งเท้าบวมด้วย carrageenan กินสารสกัดน้ำจากสมุนไพรตำรับ Maharasnadhi Quathar (MRQ) (ประกอบด้วยสมุนไพร 26 ชนิด ซึ่งมีเสนียดด้วย 1.6 .) ขนาด 250, 500 และ 750 มก./กก. พบว่าสารสกัดดังกล่าวสามารถลดการอักเสบได้ ในขนาด 750 มก./กก. จะให้ผลลดการอักเสบคล้ายกับยา indomethacin  และทดลองให้ผู้ป่วยไขข้ออักเสบ จำนวน 45 คน รับประทานยา MRQ ขนาด 1/2 ชช. ผสมน้ำผึ้งเล็กน้อย วันละ 2 ครั้ง นาน 3 เดือน พบว่าผู้ป่วยส่วนใหญ่ที่ได้ยา MRQ จะมีอาการปวด บวม ข้อแข็งและเคลื่อนไหวลำบากลดลง และยานี้ไม่มีผลต่อกระเพาะอาหารและตับ (5)

          3. ฤทธิ์ต้านการแพ้

          สารสกัดเมทานอลจากทั้งต้น ขนาด 6 มก./ตัว ให้หนูตะเภาที่ถูกเหนี่ยวนำด้วย ovalbumin และถูกเหนี่ยวนำให้เกิดปฏิกิริยาที่หลอดลม สูดดมพบว่ามีฤทธิ์ยับยั้งการแพ้ได้ 77 และ 43% ตามลำดับ และเมื่อให้สารสกัดเมทานอลจากทั้งต้นทางปาก ขนาด 2.5 ./กก. แก่หนูตะเภาที่ถูกเหนี่ยวนำด้วย ovalbumin และถูกเหนี่ยวนำให้เกิดปฏิกิริยาที่หลอดลม มีฤทธิ์ยับยั้งการแพ้ได้ 75 และ 40% ตามลำดับ (6)

          4. ฤทธิ์ต้านฮีสตามีน

          สารสกัดเอทานอลและน้ำ (1:1) จากตัวอย่างผลิตภัณฑ์จากใบ ไม่ระบุขนาดและวิธีใช้ พบว่าไม่มีผลต้านฮีสตามีนในลำไส้เล็กของหนูตะเภา (7)

          5. ฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรีย

          สารสกัด 95% เอทิลอัลกอฮอล์จากใบ ความเข้มข้น 200 มก./มล. ต้านเชื้อแบคทีเรีย b-Streptococcus group A แต่ไม่มีผลต้านเชื้อ Staphylococcus aureus, Klebsiella pneumoniae และ Pseudomonas aeruginosa (8) สารสกัดเมทานอล ส่วนสกัดที่เป็นอัลคาลอยด์ และส่วนสกัดที่ไม่ใช่อัลคาลอยด์จากใบ ไม่ระบุความเข้มข้น มีฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรีย S. aureus  ส่วนสกัดที่เป็นอัลคาลอยด์ จะมีฤทธิ์ต้านเชื้อ P. aeruginosa อย่างแรง ค่าความเข้มข้นต่ำสุดที่มีฤทธิ์ในการยับยั้ง P. aeruginosa เท่ากับ 164 มค../มล. (9) ส่วนสารสกัดจากใบและรากด้วยเฮก-เซน น้ำ และอัลกอฮอล์ ความเข้มข้น 0.2./มล. ไม่มีฤทธิ์ต้านเชื้อ P. aeruginosa และ S. aureus (10)

 

หลักฐานความเป็นพิษและการทดสอบความเป็นพิษ

1. การทดสอบความเป็นพิษ

ไม่พบพิษในคนที่กินสารสกัดเหลวจากใบในขนาด 20 มล./คน (11) ไม่พบพิษในหนูถีบจักรที่ได้รับสารสกัดเอทานอลและน้ำ (1:1) จากใบทางสายยางให้อาหารหรือฉีดเข้าใต้ผิวหนัง ขนาด 10 ./กก. (12) และไม่พบพิษ ไม่มีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมและอาการทางระบบประสาทในหนูขาวเพศผู้ที่กินสมุนไพรตำรับ Antiasthma Kada (ประกอบด้วยสมุนไพร 5 ชนิด รวมทั้งเสนียดด้วย) ขนาด 100, 200, 400, 800 และ 1,600 มก./กก. (13) เมื่อให้สาร vasicine จากเสนียดแก่หนูขาวและลิง นาน 6 เดือน (ไม่ระบุขนาดและวิธีการใช้) ไม่พบพิษ (14)

2. ทำให้เป็นหมัน

เมื่อให้สารสกัดปิโตรเลียมอีเทอร์ สารสกัดอัลกอฮอล์และสารสกัดน้ำจากใบ ทางปากหนูถีบจักรเพศเมียก่อนผสมพันธุ์ 7 วันและ 14 วัน ระหว่างการผสมพันธุ์ พบว่าไม่มีผลทำให้หนูเป็นหมัน (15)

3. ต้านการฝังตัว

สารสกัดเอทานอลจากใบ (ไม่ระบุขนาดและวิธีที่ใช้) สามารถต้านการฝังตัวของตัวอ่อนหนูขาวเพศเมียได้ 60-70% (16)

4. ทำให้แท้ง

สาร vasicine จากเสนียดมีฤทธิ์ทำให้หนูตะเภาแท้ง โดยขึ้นอยู่กับระยะเวลาของการตั้งท้อง และก่อนเกิด estradiol priming แต่ไม่มีฤทธิ์ทำให้หนูขาวแท้ง ผลการทำให้แท้งคล้ายกับผลการทำให้มดลูกบีบตัวของ estrogen ซึ่งจะไปเพิ่มการสังเคราะห์ prostaglandin (17) vasicine มีผลเพิ่มการบีบตัวของมดลูก ซึ่งออกฤทธิ์คล้ายกับ oxytocin และ methyl ergometrine (18) ได้มีการศึกษาในผู้ป่วยหลังคลอดปกติ ในวันที่ 2-8 ในโรงพยาบาล โดยได้รับ vasicine ขนาด 16 มก. พบว่าผู้ป่วยทนต่อสารได้ดี ไม่มีผลข้างเคียง มดลูกบีบตัวดี (19)

เมื่อให้สารสกัดน้ำจากใบ ขนาด 175 มก./กก. ทางปากหนูขาวที่ตั้งท้อง 10 วัน พบว่าทำให้หนูแท้ง 100% (20) แต่เมื่อให้สารสกัดจากใบ (ไม่ระบุตัวทำละลาย) ขนาด 325 มก./กก./วัน ทางสายยางให้อาหารแก่หนูขาวที่ตั้งท้องระหว่างวันที่ 1-9 และเมื่อให้ใบเสนียดละลายในน้ำ 0.25 และ 2.5 % แก่หนูขาวที่ตั้งท้องระหว่างวันที่ 1-9 พบว่าไม่ทำให้แท้ง (21)

5. พิษต่อเซลล์

สารสกัดเอทานอลและน้ำ (1:1) จากใบ ไม่เป็นพิษต่อเซลล์เพาะเลี้ยง CA-9KB ขนาดของสารสกัดที่ทำให้เป็นพิษต่อเซลล์ 50% มากกว่า 20 มคก./มล. (22)

6. พิษต่อหัวใจ

เมื่อให้สารสกัดเอทานอลและน้ำ (1:1) จากใบ (ไม่ระบุขนาด) ทางหลอดเลือดดำสุนัข ไม่พบพิษต่อหัวใจ (7) แต่ในกบที่ได้รับสมุนไพรตำรับ Antiasthma Kada (ไม่ระบุวิธีใช้) ขนาด 2.5 และ 25 มก. พบว่ากดหัวใจ และลดแรงบีบตัวของหัวใจ (13)

 

จากผลการศึกษา จะเห็นว่าเสนียดสามารถใช้แก้ไอได้ และในปัจจุบันมีการใช้แก้ไอในยาแผนปัจจุบัน ถ้าจะมีการนำมาใช้เดี่ยวควรจะมีการศึกษารูปแบบและขนาดที่เหมาะสมอีกครั้งหนึ่ง

 

เอกสารอ้างอิง

1.   Chakraborty A, Brantner AH.  Study of alkaloids from Adhatoda vasica Nees on their antiinflammatory activity.  Phytother Res 2001;15(6):532-4.

2.   Jayaram S, Walwaikar PP, Rajadhyaksha SS.  Double blind trial of a herbal cough syrup in patients with acute cough.  Indian Drugs 1994;31(6);239-41.

3.   Dhuley JN.  Antitussive effect of Adhatoda vasica extract on mechanical or chemical stimulation-induced coughing in animals.  J Ethnopharmacol 1999;67:361-5.

4.   Cuellar MI, Giner RM, Recio MC, Just MJ, Manez S, Cerd AS, Rios JL.  Screening of antiinflammatory medicinal plants used in traditional medicine against skin diseases.  Phytother Res 1998;12(1):18-23.

5.   Ira Thabrew M, Dharmasiri MG, Senaratne.  Anti-inflammatory and analgesic activity in the polyherbal formulation Maharasnadhi Quathar.  J Ethnopharmacol 2003;85:261-7.

6.   Muller A, Antus S, Bittinger M, et al.  Chemistry and pharmacology of antiasthmatic plants Galphima glauca, Adhatoda vasica, and Picrorhiza kurrooa.  Planta Med 1993;59(7):A586-7.

7.   Mokasmit M, Ngarmwathana W, Sawasdimongkol K, Permphiphat U.  Pharmacological evaluation of Thai medicinal plants. (Continued).  J Med Ass Thailand 1971;54(7):490-504.

8.   อารีรัตน์ ลออปักษา สุรัตนา อำนวยผล วิเชียร จงบุญประเสริฐ.  การศึกษาสมุนไพรที่มีฤทธิ์ต้านแบคทีเรียที่ทำให้เกิดการติดเชื้อของระบบทางเดินหายใจ (ตอนที่ 1).  ไทยเภสัชสาร 2531;13(1):23-36.

9.   Brantner AH, Chakraborty A.  In vitro antibacterial activity of alkaloids isolated from Adhatoda vasica Nees.  Pharm Pharmacol Lett 1998;8(3):137-9.

10.  Ahmad I, Mehmood Z, Mohammad F.  Screening of some Indian medicinal plants for their antimicrobial properties. J Ethnopharmacol 1998;62:183-93.

11.  Chopra RN, Ghosh S.  Some observations on the pharmacological action and therapeutic properties of Adhatoda vasica (Basak).  Indian J Med Res 1925;13:205.

12.  Mokkhasmit M, Swatdimongkol K, Satrawaha P.  Study on toxicity of Thai medicinal plants.  Bull Dept Med Sci 1971;12(2/4):36-65.

13.  Iyengar MA, Jambaiah K, Rao G, Kamath MS.  Studies on Antiasthma Kada – a proprietary herbal combination part II. Pharmacological studies.  Indian Drugs 1994;31(5):187-91.

14.  Pahwa GS, Zushi U Atal CK.  Chronic toxicity studies with vasicine from Adhatoda vasica Nees. in rats and monkeys.  Indian J Exp Biol 1987;25(7);467-70.

15.  Bhaduri B, Ghose CR, Bose AN, Moza BK, Basu UP.  Antifertility activity of some medicinal plants.  Indian J Exp Biol 1968;6:252-3.

16.  Prakash AO, Saxena V, Shukla S, et al.   Anti-implantation activity of some indigenous plants in rats.  Acta Eur Fertil 1985;16(6):441-8.

17.  Gupta OP, Anand KK, Ray Ghatak BJ, Atal CK.  Vasicine, alkaloid of Adhatoda vasica: a promising uterotonic abortifacient.  Indian J Exp Biol 1978;16(10):1075-7.

18.  Gupta OP, Sharma ML, Ray Ghatak BJ, Atal CK.  Potent uterine activity of alkaloid vasicine.  Indian J Med Res 1977;66(5):865-71.

19.  Wakhloo, Girja Kaul RL, Gupta OP, Atal CK.  Safety of vasicine hydrochloride in human volunteers.  Indian J Pharmacol 1980;12(2):129-32.

20.  Nath D, Sethi N, Singh RK, Jain AK.  Commonly used Indian abortifacient plants with special reference to their teratologic effects in rats.  J Ethnopharmacol 1992;36:147-54.

21.  Burgos R, Forcelledo M, Wagner H, Muller A, Hancke J, Wikman G, Croxatto H.  Non-abortive effect of Adhatoda vasica Spissum leaf extract by oral administration  in rats.  Phytomedicine 1997;4(2):145-9.

22.  Dhar ML, Dhar MM, Dhawan BN, Mehrotra BN, Ray C.  Sereening of Indian plants for biological activity: part I.  Indian J Exp Biol 1968;6:232-47.