
ชื่อวิทยาศาสตร์ Andrographis
paniculata (Burm. f.) Nees
วงศ์ Acanthaceae
ชื่อพ้อง -
1.
ฤทธิ์ลดไข้
มีรายงานการลดไข้ รายละเอียดดูในแก้ไข้
2.
ฤทธิ์ลดการอักเสบ
เมื่อป้อนส่วนสกัดเอทานอล (85%) จากส่วนเหนือดิน
ขนาด 2 ก./กก. แก่หนูขาว
พบว่าสามารถลดอาการบวมของอุ้งเท้าหนูที่ถูกทำให้อักเสบโดย carrageenan และฉีดส่วนสกัดน้ำ ส่วนสกัดเอทานอล (50%) และส่วนสกัดเอทานอล
(85%) จากส่วนเหนือดินเข้าช่องท้องหนูขาว ขนาด 0.5-2.5,
0.06-0.25 และ 1-2 ก./กก.
ตามลำดับ จะสามารถลดอาการบวมของอุ้งเท้าหนูได้
แต่ถ้าป้อนส่วนสกัดน้ำ และส่วนสกัดเอทานอล (50%) จากส่วนเหนือดิน
ขนาด 0.125-2 ก./กก. ไม่มีฤทธิ์ลดการอักเสบของอุ้งเท้าหนู (5)
เมื่อให้ผงใบฟ้าทะลายโจร 500 มก./กก. สารสกัดอัลกอฮอล์จากใบ ขนาด 200 และ 500 มก./กก. และสารสกัดน้ำจากใบ ขนาด 500 มก./กก. แก่หนูขาว
พบว่าสามารถยับยั้งอาการบวมของอุ้งเท้าหนูที่ถูกเหนี่ยวนำให้อักเสบโดย carrageenan
ได้เท่ากับ 54.97, 38.01, 53.22 และ 41.23%
ตามลำดับ และมีฤทธิ์ใกล้เคียงกับยาต้านการอักเสบ prednisolone
ขนาด 5 มก./กก.,
indomethacin ขนาด 5 มก./กก. และ ibuprofen ขนาด 10
มก./กก. เมื่อให้ผงใบฟ้าทะลายโจร
สารสกัดอัลกอฮอล์ และสารสกัดน้ำจากใบ ขนาด 500 มก./กก. จะยับยั้งการเคลื่อนที่ของเซลล์เม็ดเลือดขาวในหนูขาวที่ถูกฝังสำลีเข้าที่บริเวณหน้าท้อง
เท่ากับ 40.67, 45.63 และ 35.25% ตามลำดับ
และมีฤทธิ์ใกล้เคียงกับยาต้านการอักเสบ prednisolone และ ibuprofen และเมื่อให้ผงใบฟ้าทะลายโจร
สารสกัดอัลกอฮอล์ และสารสกัดน้ำจากใบ ขนาด 200 และ 500
มก./กก. เท่ากันทั้ง 3
รูปแบบ สามารถยับยั้งการเกิด granuloma ในหนูขาวที่ถูกฝังสำลีเข้าที่บริเวณหน้าท้องทิ้งไว้
5 วัน เท่ากับ 11.86 และ 19.85%,
15.15 และ 22.78%, 11.76 และ 15.89% ตามลำดับ และมีฤทธิ์ใกล้เคียงกับยาต้านการอักเสบ ibuprofen ผงใบฟ้าทะลายโจรและสารสกัดอัลกอฮอล์มีฤทธิ์ลดการอักเสบมากที่สุด (6)
สาร andrographolide จากฟ้าทะลายโจรสามารถยับยั้งกระบวนการอักเสบได้
เมื่อป้อนให้หนูขาวในขนาด 30, 100 และ 300 มก./กก. สามารถลดอาการบวมของอุ้งเท้าหนูขาวที่ถูกทำให้อักเสบโดย
carrageenan, kaolin และ nystatin ยับยั้งการเกิด
granuloma ในหนูขาวที่ถูกฝังสำลีไว้ที่หน้าท้อง และลดบวมใน adjuvant
ซึ่งจะทำให้เกิดข้ออักเสบ andrographolide ขนาด
300 มก./กก. จะยับยั้งการรั่วซึมของ
acetic acid ซึ่งจะทำให้เกิด vascular permeability
(1) andrographolide ขนาด 20 มคก./มล. จะลดการผลิต a-tumor
necrosing factor (ซึ่งเป็น cytokine ที่อยู่ในกระบวนการทำให้เกิดการอักเสบ)
ของเม็ดเลือดขาวโมโนซัยท์ ที่ถูกกระตุ้นโดย lipopolysaccharide
และเพิ่มการผลิต interleukin-1-b และ interleukin-6 เล็กน้อย (2) ลดการสร้าง a-tumor
necrosing factor ในเม็ดเลือดแดงของอาสาสมัครสุขภาพดีที่ถูกกระตุ้นด้วย
lipopolysaccharide ได้มากกว่า 96% แต่ไม่มีผลยับยั้ง
interleukin-1-b
และ interleukin-6 (7) สาร andrographolide ขนาด 0.1-10
ไมโครโมล ป้องกันการยึดติดและเคลื่อนย้าย (adhesion and
transmigration) ของเม็ดเลือดขาวนิวโตรฟิลที่ถูกเหนี่ยวนำโดย N-formyl-methionyl-leucyl-phenylalanine
(fMLP) โดยผ่านกระบวนการที่ andrographolide จะไปลดการแสดงออก
(up-expression) ของ CD11b และ CD18
และไปแย่ง fMLP จับกับ phorbol-12-myristate-13-acetate
(PMA) ซึ่งเป็นตัวกระตุ้น protein kinase C ที่จะไปกระตุ้นให้เกิดการสร้าง
ROS (reactive oxygen species) (8, 9) ส่วนสกัดจากสารสกัดฟ้าทะลายโจร (ไม่ระบุชนิดของสารสกัดและส่วนที่ใช้) ความเข้มข้น 100
มค.ก./มล. จะยับยั้งสารที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการเกิดการอักเสบ โดยไปยับยั้ง platelet
activating factor (PAF) 82±3%
และยับยั้ง fMLP 79±4%
ซึ่งเป็นสารที่ไปกระตุ้น neutrophil granulocyte ให้ผลิตสารที่จะไปทำให้เกิดการอักเสบ นอกจากนั้นสามารถยับยั้ง neutrophil
ในการผลิต elastase ซึ่งเป็นสารที่ทำให้เกิดการอักเสบได้
73±4%
(10) สาร andrographolide
ขนาด 1-100 ไมโครโมล จะยับยั้งการผลิต NO
ในเซลล์ RAW 264.7 ที่ถูกกระตุ้นโดย lipopolysaccharide
และ g-interferon
ขนาดของสารที่สามารถยับยั้งได้ 50% เท่ากับ 17.4±1.1 ไมโครโมล นอกจากนี้ยังลด inducible
NO synthase protein (iNOS protein) และลดความคงตัวของโปรตีนโดยผ่านกระบวนการ
post-transcription (11) และสารสกัดเมทานอลจากใบมีฤทธิ์ลดการสร้าง nitric oxide ของ macrophage ที่ถูกกระตุ้นด้วย lipopolysaccharide
โดยสาร andrographolide และ neoandrographolide
ซึ่งเป็นสารออกฤทธิ์ จะมีฤทธิ์ยับยั้งการสร้าง nitric oxide ที่ความเข้มข้น 0.1-100 ไมโครโมล
และความเข้มข้นที่สามารถยับยั้งการสร้าง nitric oxide 50%
เท่ากับ 7.9 และ 35.5 ไมโครโมล
ตามลำดับ ผลในการออกฤทธิ์ขึ้นอยู่กับความเข้มข้นของสาร
เมื่อให้สัตว์ทดลองที่ถูกกระตุ้นด้วย lipopolysaccharide กิน
neoandrographolide ขนาด 5 และ 25
มก./กก./วัน
จะยับยั้งการสร้าง nitric oxide 35 และ 40% ตามลำดับ ส่วน andrographolide เมื่อให้ทางปาก
ไม่มีฤทธิ์ดังกล่าว (3) นอกจากนี้ยังมีการวิจัยพบว่าสาร deoxyandrographolide,
didehydrodeoxyandrographolide และ neoandrographolide มีฤทธิ์ลดการอักเสบเช่นกัน (4)
การศึกษาทางคลินิกในผู้ป่วยอายุมากกว่า 12 ปี จำนวน 152
คน มีอาการเป็นไข้ และเจ็บคอ มารับการรักษาที่โรงพยาบาลชุมชน 6
แห่ง และองค์การเภสัชกรรม
แบ่งเป็นกลุ่มแบบสุ่มให้ได้รับยาพาราเซตามอล จำนวน 53
คน แคปซูลฟ้าทะลายโจรขนาด 3 ก./วัน จำนวน 48 คน ขนาด 6
ก./วัน จำนวน 51 คน
กินติดต่อกันนาน 7 วัน พบว่าในวันที่ 3 ของการรักษาผู้ป่วยกลุ่มที่ได้รับพาราเซตามอลหรือแคปซูลฟ้าทะลายโจร ขนาด 6
ก./วัน
อาการไข้และอาการเจ็บคอจะหายไปมากกว่ากลุ่มที่ได้รับฟ้าทะลายโจรขนาด 3 ก./วัน
แต่ผลการรักษาไม่มีความแตกต่างกันในวันที่ 7
ของการรักษา (12)
3.
ฤทธิ์ต้านแบคทีเรีย
สารสกัดเอทานอล 95% จากใบอย่างเข้มข้น (13) และสารสกัดน้ำจากราก (14)
ยับยั้งเชื้อ Staphylococcus aureus ในจานเลี้ยงเชื้อ
สารสกัดเอทานอล 80% จากราก ขนาด 12.5
มก./มล. และ 25
มก./มล. ให้ผลไม่ชัดเจนในการยับยั้งเชื้อ
Pseudomonas aeruginosa และ S. aureus ในจานเลี้ยงเชื้อ ตามลำดับ (15) และสารสกัดน้ำร้อนจากใบอย่างเข้มข้น
ให้ผลไม่ชัดเจนในการยับยั้งเชื้อ S. aureus ในจานเลี้ยงเชื้อเช่นกัน
(13) ทดสอบสารสกัดเฮกเซน และสารสกัดน้ำจากฟ้าทะลายโจรทั้งต้น
ความเข้มข้น 200 มก./มล. ด้วยวิธี agar well diffusion method ไม่มีผลยับยั้งเชื้อ
S. aureus (16)
เมื่อป้อนสารแขวนลอยของผงใบและลำต้นฟ้าทะลายโจรแก่หนูขาว
(Wistar albino weaning rats) 3 กลุ่มๆ ละ 24 ตัว ขนาด 0.12, 1.2 และ 2.4 ก./กก. นาน 6 เดือน โดยมีหนูอีก 24 ตัว กินอาหารตามปกติ เป็นกลุ่มควบคุม หลังจากนั้นวางยาสลบหนู
ดูดเอาเลือดจากห้องหัวใจ ตัดเนื้อเยื่อปอดและตับมาวางไว้ที่จานเลี้ยงเชื้อที่มี B.
subtilis และ pathogenic bacteria พบว่า
ฟ้าทะลายโจรทุกขนาดความเข้มข้นไม่มีผลยับยั้งแบคทีเรีย S. aureus และได้ทดลองในอาสาสมัคร 10 ราย
สุ่มกินสมุนไพรขนาดเดียวต่อหนึ่งสัปดาห์ เป็นเวลา 4 สัปดาห์
ขนาดต่างๆที่ใช้ คือ 1, 2, 3 และ 6
กรัม เจาะเลือดก่อนกินและหลังกินสมุนไพร 1, 2, 4, 8 และ 24 ชม. แยกซีรัมมาทดสอบฤทธิ์ต้านแบคทีเรีย
พบว่าซีรัมทุกตัวอย่างไม่สามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของ S. aureus
(17)
เมื่อนำผงฟ้าทะลายโจรมาละลายในน้ำกลั่น
ความเข้มข้นตั้งแต่ 1-25,000 มก./ล. แบ่งสารละลายออกเป็น 3 ส่วน
ส่วนที่หนึ่งนำมาต้มนาน 30 นาที
ส่วนที่สองนำมาอบความร้อนจากไอน้ำที่อุณหภูมิ 120°C นาน 15 นาที ส่วนที่สามเก็บไว้ในตู้เย็นจนกระทั่งถึงเวลาทำการทดสอบ
ทดสอบฤทธิ์ต้านแบคทีเรียด้วยวิธี broth dilution method พบว่าสารละลายทั้งสามส่วนไม่สามารถออกฤทธิ์ต้านการเจริญเติบโตของ
S. aureus (18)
สารสกัดน้ำและสารสกัดอัลกอฮอล์จากส่วนที่อยู่เหนือดิน มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย
Streptococcus group A, Streptococcus group B และ Staphylococcus aureus ได้เล็กน้อย และ lactones
ที่แยกสกัดจากอัลกอฮอล์ (95%) จากใบและกิ่งก้าน
คือ andrographolide, 14-deoxyandrographolide,
14-deoxy-11,12-didehydroandrographolide และ neoandrographolide
ไม่มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรียทั้ง 3
ชนิดดังกล่าว (19)
รายละเอียดดูในแก้ไข้
สรุปแล้วฟ้าทะลายโจรสามารถลดอาการไข้และเจ็บคอได้
โดยการรักษาอาการเจ็บคอเนื่องมาจากการลดการอักเสบ ไม่ใช่ฤทธิ์ต้านแบคทีเรีย
1.
Madav S, Tandan SK, Lal J, Tripathi
HC. Anti-inflammatory activity of
andrographolide. Fitoterapia
1996;67(5):452-8.
2.
Tamaree S, Rugrungtham K, Ruangrungsi N,
Thawan N, Kemsri W. The inhibitory
effects of extracts of some herbal medicines on the production of
proinflammatory cytokines by in vitro stimulated human blood cells. Thai J Pharm Sci 1998;22(3): S47.
3.
Batkhuu J, Hattori K, Takano F, Fushiya S,
Oshiman K, Fujimiya Y. Supression
of NO production in activated macrophages in vitro and ex vivo by
neoandrographolide isolated from Andrographis paniculata. Biol Pharm Bull 2002;25(9):1169-74.
4.
Deng W, Nie R, Liu J. Comparison of pharmacological effect of
four andrographolides. Yao Hsueh Tung Pao 1982;17(4):195-8.
5.
กมล สวัสดีมงคล อุไรวรรณ เพิ่มพิพัฒน์ นิยดา
เกียรติยิ่งอังศุลี และคณะ.
การศึกษาทางเภสัชวิทยาของฟ้าทะลายโจร. รายงานการประชุมฟ้าทะลายโจร
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์.
6.
เสาวภา ลิมป์พานิชกุล. การศึกษาฤทธิ์ต้านการอักเสบของสมุนไพรฟ้าทะลายโจรในหนูขาว. วิทยานิพนธ์
สาขาเภสัชวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2532.
7.
Thamaree S, Rugrungtham K, Ruangrungsi N,
Thaworn N, Kemsri W. The
inhibitory effects of andrographolide and extracts of some herbal medicines on
the production of proinflammatory cytokines by LPS-stimulated human blood
cells. Chula Med J
2001;45(8):661-70.
8.
Shen YC, Chen CF, Chiou WF. Andrographolide prevents oxygen
radical production by human neutrophils: possible mechanism(s) involved in its
anti-inflammatory effect. Br J
Pharmacol 2002;135(2):399-406.
9.
Shen Y-C, Chen C-F, Chiou W-F. Supression of rat neutrophil reactive
oxygen species production and adhesion by the diterpenoid lactone
andrographolide. Planta Med 2000;66:314-7.
10.
Johansson S, Goransson U, Luijendijk T,
Backlund A, Claeson P, Bohlin L. A
neutrophil multitarget functional bioassay to detect ant-inflammatory natural
products. J Nat Prod 2002;65:32-41.
11.
Chiou WF, Chen CF, Lin JJ. Mechanisms of suppression of
inducible nitric oxide synthase (iNOS) expression in RAW 264.7 cells by
andrographolide. Br J Pharmacol
2000;129(8):1553-60.
12.
Thamlikitkul V, Dechatiwongse T, Theerapong
S, et al. Efficacy of Andrographis
paniculata, Nees for pharyngotonsillitis in adults. J Med Assoc Thai 1991;74(10): 437-42.
13.
George M, Pandalai KM. Investigation on plant antibiotics.
Part IV. Furthur search for
antibiotic substances in Indian medicinal plants. Indian J Med Res 1949;37:169-81.
14.
Ray PG, Majumdar SK. Antimicrobial activity of some Indian
plants. Econ Bot 1976;30:317-20.
15.
Valsaraj R, Pushpangadan P, Smitt UW,
Adsersen A, Nyman U. Antimicrobial
screening of selected medicinal plants from India. J Ethnopharmacol 1997;58(2):75-83.
16.
Ahmad I, Mehmood Z, Mohammad F. Screening of some Indian medicinal plants
for their antimicrobial properties.
J Ethnopharmacol 1998;62:183-93.
17.
Leelarasamee A, Trakulsomboon S,
Sittisomwong N. Undetectable
anti-bacterial activity of Andrographis paniculata (Burma) Wall. ex
Nees. J Med Assoc Thai 1990; 1(6):
299-304.
18.
Gupta S, Yadava JNS, Tandon JS. Antisecretory (antidiarrhoeal) activity
of Indian medicinal plants against Escherichia coli enterotoxin-induced
secretion in rabbit and guinea pig ileal loop models. Int J Pharmacog 1993;31(3):198-204.
19.
นวลตา ม่วงน้อยเจริญ อัญชลี ตัตตะวะศาสตร์
วิชัย ปราสาททอง และคณะ.
ความสัมพันธ์ระหว่างส่วนประกอบทางเคมีของฟ้าทะลายโจรและผลทางการรักษาโรค. โครงการพิเศษ
คณะเภสัชศาสตร์ ม.มหิดล, 2538.