คำถาม : เถาวัลเปรียง สามารถเอามาดองเหล้าเดี่ยวๆได้ไหม
  • เถาวัลเปรียง สามารถเอามาดองเหล้าเดี่ยวๆได้ไหม ควรดองกี่วันเป็นอย่างน้อย แล้วหลังจากที่ได้ ควรเอามาตุ๋น ระเหยแอลกอฮอร์ออกหรือไม่หรือรับประทาน ทั้งอแลกกอฮอร์ได้เลย จะยังคงสภาพการเป็นยารักษาการ ข้ออักเสบและแก้ปวดได้หรือไม่ รับประทานวันละ1เป๊กตอนเย็นพอดีหรือไม่และควรหยุดยาเมื่อรับประทานไปกี่วัน
  • จากคุณ : กิตติ
  • Date : 31/1/2563 16:22:00
คำตอบ : การใช้เถาวัลย์เปรียงในรูปแบบยาเดี่ยวเพื่อบรรเทาอาการปวดกล้ามเนื้อและลดการอักเสบของกล้ามเนื้อมีระบุอยู่ในบัญชียาหลักแห่งชาติ ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้
(1) ยาเถาวัลย์เปรียง (ยาแคปซูล)
ตัวยาสาคัญ ผงจากเถาของเถาวัลย์เปรียง
ข้อบ่งใช้ บรรเทาอาการปวดกล้ามเนื้อ ลดการอักเสบของกล้ามเนื้อ
ขนาดและวิธีใช้ รับประทานครั้งละ 500 มิลลิกรัม – 1 กรัม วันละ 3 ครั้ง หลังอาหารทันที
ข้อห้ามใช้ ห้ามใช้ในหญิงตั้งครรภ์
ข้อควรระวัง
- ควรระวังการใช้กับผู้ป่วยโรคแผลเปื่อยเพปติก เนื่องจากเถาวัลย์เปรียงออกฤทธิ์คล้ายยาแก้ปวดกลุ่มยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (Nonsteroidal Anti-Inflammatory Drugs: NSAIDs)
- อาจทำให้เกิดการระคายเคืองระบบทางเดินอาหาร
อาการไม่พึงประสงค์ ปวดท้อง ท้องผูก ปัสสาวะบ่อย คอแห้ง ใจสั่น
(2) ยาสารสกัดจากเถาวัลย์เปรียง (ยาแคปซูล)
ตัวยาสาคัญ สารสกัดจากเถาของเถาวัลย์เปรียงที่สกัดด้วย 50% ของเอทิลอัลกอฮอล์
ข้อบ่งใช้ บรรเทาอาการปวดหลังส่วนล่าง (low back pain) และอาการปวดจากข้อเข่าเสื่อม (Knee Osteoarthritis)
ขนาดและวิธีใช้ รับประทานครั้งละ 400 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้ง หลังอาหารทันที
ข้อห้ามใช้ ห้ามใช้กับหญิงตั้งครรภ์
ข้อควรระวัง
- ควรระวังการใช้ในผู้ป่วยโรคแผลเปื่อยเพปติก เนื่องจากเถาวัลย์เปรียงออกฤทธิ์คล้ายยาแก้ปวดกลุ่มยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (Nonsteroidal Anti-Inflammatory Drugs: NSAIDs)
- อาจทำให้เกิดการระคายเคืองระบบทางเดินอาหาร
อาการไม่พึงประสงค์ เวียนศีรษะ ปวดศีรษะ อุจจาระเหลว
จากข้อมูลข้างต้นอาจเปรียบเทียบกับการใช้ในรูปแบบของสารสกัดเอทิลอัลกอฮอล์ ซึ่งการใช้ในบัญชียาหลัก น่าจะเป็นการใช้ในรูปแบบของสารสกัดแห้งที่ระเหยตัวทำละลายออกจนหมดหรือเกือบหมดเพื่อให้สารสกัดมีความเข้มข้น และการใช้เพื่อบรรเทาอาการปวดหรืออักเสบจะใช้สารสกัดครั้งละ 400 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้ง
สำหรับการสกัดด้วยวิธีการดองเหล้าสามารถทำได้ แต่ประสิทธิภาพที่ได้จะน้อยกว่าการใช้สารสกัดแบบเข้มข้น ทำให้ต้องใช้ในขนาดที่สูงกว่ามากเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพที่เท่ากัน
สำหรับระยะเวลาการใช้ที่เหมาะสม คงไม่สามารถตอบได้ เนื่องจากแต่ละคนมีความรุนแรงของอาการแตกต่างกัน รวมทั้งมีการตอบสนองต่อยาต่างกัน แต่การใช้ติดต่อกันเป็นเวลานาน อาจทำให้ร่างกายเกิดการสะสมสารพิษบางอย่าง ควรมีช่วงหยุดพักการใช้ เช่น ใช้ 1 สัปดาห์ เว้น 1 สัปดาห์ ทั้งนี้ต้องแล้วแต่ความเหมาะสม รวมทั้งควรหมั่นสังเกตตนเองอยู่ตลอดเวลาว่ามีความผิดปกติเกิดขึ้นจากการใช้หรือไม่ และควรมีการตรวจร่างกายควบคู่อย่างสม่ำเสมออย่างน้อยทุกๆ 6 เดือนค่ะ


อ้างอิง : http://www.fda.moph.go.th/sites/drug/Shared%20Documents/New/nlem2561.PDF