คำถาม : ว่านหางจระเข้
  • 1. ถ้าเราใช้ว่านหางจระเข้สดๆ ปั่นกับน้ำสะอาดแล้วใช้เป็นส่วนผสมของเครื่องสำอาง ใช้แทนน้ำกลั่น จะได้ไหมค่ะ จะมีผลเสียยังไง ถ้าเราใช้แทนน้ำกลั่น โดยใส่สารกันเสียไปด้วยผลิตภัณฑ์นั้นสามารถเก็บไว้ได้นานกี่ปีค่ะ
    2. ขอวิธีทำน้ำว่านหางจระเข้/ น้ำกุหลาบ เพื่อใส่ในผลิตภัณฑ์สกินแคร์หน่อยค่ะ ใช้แทนน้ำกลั่น

  • จากคุณ : ณัฐฏ์ปภัส
  • Date : 11/8/2560 12:34:00
คำตอบ : 1. การเตรียมสมุนไพรเพื่อนำไปผสมในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง โดยการปั่นกับน้ำ ซึ่งตามมาตรฐานน้ำที่ใช้ในการทำเครื่องสำอางอย่างน้อยต้องเป็นไปตามมาตรฐาของน้ำที่ใช้บริโภคตามประกาศของกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่องน้ำบริโภคในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท ดังนั้นหากต้องการทำเพื่อใช้เองสามารถซื้อน้ำที่บรรจุขวดปิดสนิทตามท้องตลาด และหากไม่ใส่สารกันเสีย ควรเตรียมเป็นเครื่องสำอางแล้วใช้ทันที หรือหากเก็บไว้ใช้ควรแช่เย็นไว้ โดยอายุของผลิตภัณฑ์อาจไม่ต่างกับน้ำปั่นผักหรือผลไม้ ซึ่งหากแช่เย็นเก็บไว้อาจมีอายุไม่เกินหนึ่งเดือนทั้งนี้ขึ้นกับชนิดของผลิตภัณฑ์ด้วย เนื่องจากหากเก็บไว้นานจะมีการเจริญเติบโตของเชื้อจุลชีพเช่นเชื้อราหรือแบคทีเรียซึ่งสังเกตได้จากการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพของผลิตภัณฑ์เช่นการแยกชั้น เปลียนกลิ่น และสี หรือมีเส้นใยของเชื้อราขึ้น ดังนั้นหากต้องการเก็บไว้ใช้เป็นเวลานานจึงมักต้องใส่สารกันบูด ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขมีข้อกำหนดถึงปริมาณสารกันเสียที่ใช้ได้อย่างปลอดภัย เช่น เมทิลพาราเบน (methyl paraben) นิยมใช้กับเครื่องสำอางประเภท แชมพู ครีมนวดผม ครีมบำรุงผิวหน้า ครีมทำความสะอาด ใส่ได้ไม่เกินร้อยละ 0.25 โดยน้ำหนัก เป็นต้น สำหรับอายุของผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง จะขึ้นอยู่กับกระบวนการผลิตหรือส่วนผสมที่ใช้ โดยปกติแล้วครีมบำรุงผิวจะมีอายุประมาณ 1-2 ปี (รายละเอียดเพิ่มเติม http://oldweb.pharm.su.ac.th/chemistry-in-life/d003.htm)

2. การเตรียมน้ำว่านหางจระเข้/น้ำกุหลาบอย่างง่าย สำหรับนำมาใช้ในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง สามารถสกัดด้วยการคั้นสด โดยปั่นสมุนไพรสด (วุ้นว่านหางจระเข้ที่เอาเปลือกสีเขียวออกและล้างยางสีเหลืองออกให้หมด/กลีบดอกกุหลาบ) กับน้ำจำนวนครึ่งเท่าของน้ำหนักสมุนไพรในเครื่องปั่นน้ำผลไม้ แล้วกรองด้วยผ้าขาวบาง และน้ำกุหลาบอาจเตรียมได้อีกวิธีโดยนำกลีบกุหลาบไปต้มกับน้ำ ทิ้งไว้ให้เย็นแล้วกรองเอากากออก

ที่มา : หนังสือคู่มือผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางเพื่อเศรษฐกิจชุมชน สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข