คำถาม : อันตรายฮอร์โมนเอสโตรเจนกับก้อนเนื้อ
  • ฮอร์โมนเอสโตรเจนกับก้อนเนื้อหรืชีสและถุงน้ำ
    หากกินสมุนไพรที่มีฮอร์โมนเอสโตรเจน ผู้หญิงที่มีก้อนเนื้อ ถุงน้ำและชีสที่มดลูก หรือที่เต้านม ฮอร์โมนตัวนี้จะเป็นตัวเร่งขยายส่งเสริมให้เซลล์ก้อนเนื้อ ชีส ถุงน้ำ โตเร็วขึ้นหรือไม่
    และในสมุนไพร ตังกุย โกฐเชียง น้ำมะพร้าว มีสารฺฮอร์โมนเอสโตรเจนอยู่จริงหรือไม่
    และขอให้บอกด้วยว่าฮอร์โมนเอสโตรเจนมีอยู่ในสมุนไพรตัวใดสมุนไพรชื่ออะไร
    และฮอร์โมนเพศกับฮอร์โมนเอสโตรเจนเหมือนกันหรือไม่
    ผู้หญิงที่มีปัญหาเรื่องก้อนเนื้อกินฮอร์โมนเอสโตรเจนได้หรือไม่ จะมีอันตรายไหม

  • จากคุณ : rinrada_sukmee
  • Date : 25/2/2558 13:32:00
คำตอบ : - สมุนไพรที่มีฤทธิ์คล้ายเอสโตรเจน หรือที่เรียกว่า ไฟโตรเอสโตรเจน เช่น กวาวเครือ ถั่วเหลือง น้ำมะพร้าว คงต้องดูงานวิจัยเป็นรายตัว เช่น กวาวเครือ มีรายงานการวิจัยว่าสามารถกระตุ้นการเกิดมะเร็งได้ ดังนั้นจึงไม่ควรใช้ค่ะ ในขณะที่การรับประทานถั่วเหลืองหรือน้ำมะพร้าวในรูปของอาหาร ยังไม่มีรายงานว่ากระตุ้นการเกิดมะเร็ง แต่ก็ไม่ควรใช้ในปริมาณมากหรือเป็นประจำในรายที่มีความเสี่ยงค่ะ และในกรณีที่ก้อนเนื้อ ถุงน้ำ หรือชีสที่เกิดขึ้น มีสาเหตุเกี่ยวเนื่องกับปริมาณเอสโตรเจน การกินสมุนไพรที่มีไฟโตรเอสโตรเจน อาจมีผลต่อสภาวะของโรคที่เป็นอยู่ ดังนั้นจึงไม่แนะนำให้ใช้ในรายที่มีความเสี่ยงค่ะ
               - ตังกุย โกฐเชียง น้ำมะพร้าว มีรายงานว่ามีสารออกฤทธิ์คล้ายเอสโตรเจน แต่งานวิจัยยังมีไม่มากค่ะ
               - สมุนไพรที่มีรายงานว่ามีสารออกฤทธิ์คล้ายเอสโตรเจน เช่น กวาวเครือ ถั่วเหลือง ชะเอมเทศ น้ำมะพร้าว อินทผลัม
               - ฮอร์โมนเพศ เป็นฮอร์โมนที่สร้างโดยระบบสืบพันธุ์ ซึ่งแบ่งคร่าวๆ เป็น 2 กลุ่ม คือฮอร์โมนเพศชายและฮอร์โมนเพศหญิง โดยฮอร์โมนเอสโตรเจน เป็นหนึ่งในฮอร์โมนเพศหญิง ซึ่งมีหน้าที่สำคัญในการควบคุมลักษณะของเพศหญิงค่ะ
               - มีรายงานการวิจัยเป็นจำนวนมากที่ระบุว่าฮอร์โมนเอสโตรเจน สามารถเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกและมะเร็งเต้านม และมีข้อห้ามใช้สำหรับผู้ที่สงสัยหรือเป็นมะเร็งเต้านม, มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก หรือมีภาวะเลือดออกผิดปกติทางช่องคลอดค่ะ นอกจากนี้การใช้ฮอร์โมนเอสโตรเจนเพื่อการรักษา ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ค่ะ