คำถาม : มะขามป้อม มะแว้ง
  • ขอเรียนถามว่า
    1. ยาแก้ไอมะขามป้อม กับยาแก้ไอมะแว้ง เป็นยาแก้ไอเหมือนกัน แล้วมีการใช้ต่างกันอย่างไร?
    2. มีข้อมูลมั้ยค่ะว่ายาทั้งสอง เหมาะกับผู้มีอาการไอแบบใด?
    ขอบคุณค่ะ

  • จากคุณ : Nit
  • Date : 4/2/2556 11:31:00
คำตอบ : มะขามป้อมสรรพคุณตามตำรายาไทยคือ ผลสดมีสรเปรี้ยวอมฝาด แก้กระหายน้ำ แก้ไอขับเสมหะ กระตุ้นน้ำลาย ละลายเสมหะ แก้คอแห้ง โดยใช้เนื้อผลแก่สดครั้งละ 2-3 ผล โขลกพอแหลก แทรกเกลือเล็กน้อย อมหรือเคี้ยว รับประทานวันละ 3-4 ครั้ง
               มะแว้งเครือสรรพคุณตามตำรายาไทยคือ ผลแก่จัดมีรสขม เป็นยากัดเสมหะ ใช้รักษาอาการไอและช่วยขับเสมหะ โดยใช้ผลแกสด 5-10 ผล โขลกพอแหลก คั้นเอาแต่น้ำ ใส่เกลือ รับประทานบ่อยๆ หรือใช้ผลสดเคี้ยวแล้วกลืนทั้งน้ำและเนื้อจนกว่าอาการจะดีขึ้น
               หากอ้างอิงตามตำรับยาในบัญชียาหลักแห่งชาติ พ.ศ. 2555 ยาน้ำแก้ไอผสมมะขามป้อม มีข้อบ่งใช้เพื่อบรรเทาอาการไอ ขับเสมหะ ไม่มีการระบุอายุผู้ใช้ โดยให้จิบเมื่อมีอาการไอ ทุก 4 ชั่วโมง ห้ามใช้ในผู้ป่วยเบาหวานที่ไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ และมีข้อควรระวังคือ ควรระวังการใช้ในผู้ป่วยที่ท้องเสียง่าย เนื่องจากมะขามป้อมมีฤทธิ์เป็นยาระบาย
               ยาเม็ดประสะมะแว้ง มีข้อบ่งใช้เพื่อบรรเทาอาการไอ มีเสมหะ ทำให้ชุ่มคอ ช่วยขับเสมหะ ผู้ใหญ่ให้รับประทานครั้งละ 1 – 1.4 กรัม เมื่อมีอาการ โดยละลายน้ำมะนาวแทรกเกลือรับประทาน หรือใช้อม ส่วนเด็ก อายุ 6 - 12 ปี ให้รับประทานครั้งละ 200 - 400 มิลลิกรัม เมื่อมีอาการ โดยละลายน้ำมะนาวแทรกเกลือรับประทาน หรือใช้อม ยังไม่มีข้อห้ามใช้ แต่มีข้อควรระวังคือ ไม่ควรใช้ติดต่อกันนานเกิน 15 วัน หากอาการไม่ดีขึ้น ควรปรึกษาแพทย์ และในผู้ป่วยที่ต้องจำกัดการใช้เกลือ ไม่ควรใช้น้ำมะนาวแทรกเกลือ
               จากข้อมูลข้างต้นจะเห็นได้ว่าสมุนไพรทั้ง 2 ชนิดไม่มีความแตกต่างในแง่ของสรรพคุณในการบรรเทาอาการไอและขับเสมหะ แต่ควรระมัดระวังในส่วนของข้อห้ามใช้และข้อควรระวังค่ะ ซึ่งปัจจุบันมีรูปแบบของยาออกมาในท้องตลาดค่อนข้างมาก ทั้งยาน้ำ ยาเม็ด ลูกกลอน ยาผง อีกทั้งต้องสังเกตส่วนประกอบอื่นๆ ในตำรับยาด้วย เพื่อความปลอดภัยและประโยชน์สูงสุดกับตัวผู้ใช้เองค่ะ หากต้องการอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับบัญชียาหลักแห่งชาติ พ.ศ. 2555 ตาม Link นี้เลยค่ะ http://www.nlem.in.th/sites/default/files/ratchakitcha_1-55.pdf