คำถาม : อาการข้างเคียงของเห็ดหลินจือ
  • รบกวนขอข้อมูลการทานเห็ดหลินจือค่ะ
    1.ไม่ทราบว่าอาการข้างเคียงการทานเห็ดหลินจือนาน 3-6 เดือนเกิดขึ้นกับทุกคนหรือไม่คะ
    2. ถ้าเกิดอาการข้างเคียงต้องหยุดทานตลอดไปหรือหยุดประมาณกี่วันจึงจะสามารถกลับมาทานใหม่ได้คะ
    3. แล้วถ้าคนที่ไม่มีอาการข้างเคียงสามารถทานได้ตลอดไปมั้ยคะ หรือต้องมีการหยุดพักกี่วันถึงจะเริ่มต้นทานใหม่ได้คะ
    4.เห็ดหลินจือสกัดด้วยเอทานอลหรือสกัดร้อนมีคุณภาพดีกว่ากันคะ และผลข้างเคียงอย่างไหนมีน้อยกว่ากันคะ รบกวนขอข้อมูลด้วยนะคะ ขอบพระคุณค่ะ

  • จากคุณ : rakchanok
  • Date : 4/2/2556 11:19:00
คำตอบ : ขอตอบเรียงตามข้อดังนี้
1. อาการข้างเคียงจากการใช้สมุนไพรไม่จำเป็นว่าต้องเกิดกับทุกคนค่ะ อาจจะมีความรุนแรงมากน้อยต่างกัน แต่สำหรับผู้มีอาการข้างเคียงจากการใช้อย่างรุนแรงหรือส่งผลต่อการดำเนินชีวิต ก็ควรหลีกเลี่ยงการใช้ค่ะ
2. ดังที่กล่าวไปข้างต้น หากใช้แล้วมีอาการข้างเคียงที่อย่างรุนแรงหรือส่งผลต่อการดำเนินชีวิต ก็ไม่ควรใช้เลยค่ะ
3. หากเป็นการรับประทานในขนาดที่ไม่เข้มข้นมาก หรือทานในรูปแบบที่เป็นอาหารหรือเครื่องดื่มก็สามารถทานได้ค่ะ แต่หากใช้ในรูปแบบของสารสกัดที่เข้มข้น ควรศึกษาวิธีการใช้และข้อควรระวังที่ระบุในเอกสารกำกับการใช้ให้ดี โดยปกติไม่ว่าจะเป็นการใช้ยาหรือสมุนไพร หากไม่มีการระบุการใช้ว่าต้องใช้อย่างต่อเนื่องนานเท่าไร ก็ควรใช้เมื่อมีอาการเท่านั้น เมื่อหายแล้วก็ควรหยุดใช้ทันที หรือถ้าเป็นสมุนไพรก็ควรมีช่วงหยุดพักการใช้ เช่น อาจจะใช้ 1 เดือน แล้วเว้น 1 เดือน ทั้งนี้ต้องแล้วแต่ความเหมาะสมค่ะ
4. การสกัดเห็ดหลินจือด้วยตัวทำละลายในกลุ่มแอลกอฮอล์ เช่น เมทานอล เอทานอล สารที่ได้ส่วนใหญ่จะเป็นสารในกลุ่ม phenolics และสารในกลุ่ม triterpenoids ส่วนการสกัดเห็ดหลินจือด้วยน้ำร้อน (เข้าใจว่าสกัดร้อนหมายถึงการสกัดด้วยน้ำร้อน) สารที่ได้ส่วนใหญ่จะเป็นสารในกลุ่ม polysaccharides ซึ่งสารทั้ง 2 กลุ่มนี้ก็มีฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาดีทั้งคู่ ประสิทธิภาพน่าขึ้นอยู่กับปริมาณสารสำคัญและขั้นตอนที่ใช้สกัดมากกว่าค่ะ
               เกี่ยวกับสารสำคัญในเห็ดหลินจือ พบว่าสารทั้ง 3 กลุ่ม มีฤทธิ์เด่นในการยับยั้งเซลล์มะเร็ง ต่อต้านการเกิดเซลล์มะเร็ง มีความเป็นพิษต่อเซลล์มะเร็ง รวมทั้งมีฤทธิ์ปกป้องตับจากสารพิษ ซึ่งสารในกลุ่ม polysaccharides ค่อนข้างจะโดดเด่นในแง่ของฤทธิ์ปรับภูมิคุ้มกัน นั่นคือจะมีทั้งฤทธิ์กระตุ้นภูมิต้านทาน ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในกรณีที่ร่างกายอ่อนแอ และมีฤทธิ์กดภูมิคุ้มกัน ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในกรณีที่ร่างกายมีภาวะภูมิคุ้มกันไวเกิน หรือโรคออโตอิมมูน นอกจากนี้ยังมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ มีฤทธิ์ลดน้ำตาลในเลือด และมีฤทธิ์ต้านไวรัสด้วย ในขณะที่สารในกลุ่ม triterpenoids จะโดดเด่นในแง่ของฤทธิ์ลดความดันโลหิต ยับยั้งการเกาะกลุ่มของเกล็ดเลือด และลดไขมันในเลือด แต่ข้อมูลงานวิจัยทั้งหมดยังเป็นเพียงการทดลองในระดับเซลล์และสัตว์ทดลองเท่านั้นค่ะ หากคุณสนใจรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับเห็ดหลินจือ คุณสามารถหาอ่านได้จากจุลสารข้อมูลสมุนไพรฉบับ 18(1) ค่ะ