คำถาม : การใช้สมุนไพร
  • ผมอายุ 41ปี ได้ปฏิบัติดังนี้
    1.) นำใบของมะรุม เหงือกปลาหมอ ลูกใต้ใบ มาตากแห้งแปั่นเป็นผงบรรจุแค็ปซูล(แยกกันเ) ทานอย่างละ3 แค็ปซูล พร้อมดีบัว3 แค็ปซูล (ซื้อจากร้าน-ไตรกลีเซอไรด์สูงครับ) ก่อนอาหารเช้าทุกวัน(กลัวมะเร็งตับเพราะคุณพ่อเสียชีวิตเพราะมะเร็งตับ) ผิด ถูกอย่างไรครับ
    2.) นำหญ้าปักกิ่ง พลูคาว ฮว่านง็อก มาปั่น(แยกกัน) คั้นเอาแต่น้ำใส่ตู้เย็นดื่มตอนเช้าทุกวัน
    3.) ผมชงดอกคำฝอย/เห็ดหลินจือ/ชาเขียว ดื่มเป็นประจำทุกวัน ทั้ง3 ข้อที่ถามมา ผมทานสมุนไพรมากไปหรือเปล่าครับ ควรปฏิบัติอย่างไร

  • จากคุณ : tanawin
  • Date : 17/9/2553 16:19:00
คำตอบ : การรับประทานใบมะรุม เหงือกปลาหมอ และลูกใต้ใบเพื่อป้องกันมะเร็งตับ จากรายงานการวิจัยไม่พบว่าพืชทั้งสามชนิดนี้ป้องกันการเกิดมะเร็งที่ตับได้ พบแต่เพียงฤทธิ์ป้องกันตับอักเสบของลูกใต้ใบ ซึ่งยังเป็นเพียงการทดลองในสัตว์ทดลองเท่านั้น และในปัจจุบันมีรายงานว่าผู้ที่รับประทานมะรุมติดต่อกันเป็นเวลานาน มีผลทำให้เอนไซม์ในตับเพิ่มสูงขึ้น และเมื่อหยุดรับประทานเอนไซม์ก็กลับสู่ค่าปกติ แสดงให้เห็นว่ามะรุมอาจเป็นพิษต่อตับได้ และการรับประทานดีบัว เพื่อลดไตรกลีเซอร์ไรด์ก็ยังไม่พบรายงานการวิจัยที่สนับสนุนว่าสามารถลดไตรกลีเซอร์ไรด์และไขมันได้ แต่พบว่าดีบัวมีฤทธิ์ขยายหลอดเลือดและลดความดันโลหิต และสำหรับหญ้าปักกิ่ง พลูคาว และฮว่านง็อกที่คั้นเอาแต่น้ำดื่มนั้น ไม่ควรคั้นเก็บไว้นาน ควรคั้นวันต่อวัน แล้วรับประทานทันที เพื่อคงไว้ซึ่งเอนไซม์หรือสารอาหารต่างๆ
               อย่างไรก็ตามการรับประทานสมุนไพรควรหมั่นสังเกตตัวเองว่าขณะรับประทานมีอาการผิดปกติใดเกิดขึ้นหรือไม่ หากมีอาการผิดปกติควรหยุดรับประทานและปรึกษาแพทย์ และจากข้อมูลที่ได้มา คิดว่าคุณรับประทานสมุนไพรมากเกินไปค่ะ อีกรับประทานติดต่อกันทุกวันเป็นเวลานาน ควรเช็คการทำงานของตับและไตว่ามีอาการผิดปกติหรือไม่ โดยปกติแล้วการรับประทานสมุนไพรนั้นควรทานและเว้นระยะพักสักระยะหนึ่ง เพื่อให้ร่างกายได้ขับสารที่ตกค้างออก อีกทั้งควรระวังการรับประทานสมุนไพรร่วมกัน หรือรับประทานร่วมกับยา เพราะสมุนไพรและยาอาจเกิดอันตรกิริยาต่อกัน (ยาตีกัน) ทำให้การรักษาไม่ได้ผล หรือยาออกฤทธิ์มากเกินไป ซึ่งอาจเกิดอันตรายต่อร่างกายได้