1.  ชื่อสมุนไพร           ทองพันชั่ง

          ชื่อวิทยาศาสตร์ Rhinacanthus nasutus (Linn.) Kurz.

          ชื่อวงศ์           ACANTHACEAE

          ชื่อพ้อง           Rhinacanthus communis  Nees

          ชื่ออังกฤษ        Dainty spure

          ชื่อท้องถิ่น        ทองคันชั่ง, หญ้ามันไก่

 

2. ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

          ไม้พุ่มสูง 1-2 เมตร กิ่งอ่อนมักเป็นสันสี่เหลี่ยม ใบเดี่ยว ออกเป็นคู่ๆ เรียงตรงข้าม มีรูปไข่หรือรูปวงรี โคนและปลายใบสอบเรียว ขอบใบเรียบหรือเป็นคลื่นเล็กน้อย ดอกเป็นช่อสั้นๆ ออกตามซอกใบ กลีบเลี้ยง 5 กลีบ กลีบดอกสีขาว 5 กลีบ โคนกลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นหลอด  ปลายแยกเป็นสองปาก ปากบนเป็น 2 แฉก ปากล่างแผ่กว้าง ปลายกลีบล่างแยกเป็น 3 แฉก โคนกลีบมีจุดประสีม่วงแดง เกสรเพศผู้มี 2 อันยื่นพ้นปากหลอดออกมาเล็กน้อย  รังไข่ 1 อัน รูปยาว ผลเป็นฝักยาวภายในมี 4 เมล็ด เมื่อแห้งจะแตกได้ 

 

3. ส่วนที่ใช้เป็นยาและสรรพคุณ

          - ใบสดและราก            รักษากลากเกลื้อน

 

4. สารสำคัญที่เป็นสารออกฤทธิ์

          Rhinacanthin และอนุพันธ์ มีฤทธิ์ต้านเชื้อรา

 

5. ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา

          5.1   ฤทธิ์ฆ่าเชื้อราและยีสต์

                 ผลการศึกษาการฆ่าเชื้อรา Trichophyton rubrum ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคกลาก โดยวิธี paper disc เทียบกับยาต้านเชื้อรา griseofulvin และ nystatin โดยใช้สารสกัดจากใบและกิ่ง ด้วยน้ำ แอลกอฮอล์ และคลอโรฟอร์ม พบว่าสารสกัดด้วยน้ำมีฤทธิ์น้อยมาก ส่วนสารสกัดด้วยแอลกอฮอล์และคลอโรฟอร์มมีฤทธิ์ต้านเชื้อราได้ดีพอสมควร  สารสกัดทองพันชั่งด้วยเมทานอล ไดคลอโรมีเทนและเฮก เซน มีผลยับยั้งเชื้อรา Epidermophyton floccousm, Microsporum gypseum, Trichophyton mentagrophytes และ T. rubrum ที่ทำให้เกิดโรคผิวหนัง เมื่อทดสอบบนจานเลี้ยงเชื้อ   สาร rhinacanthin C, D และ N ซึ่งแยกจากใบเมื่อนำมาทดสอบฤทธิ์ต้านเชื้อรา บนจานเลี้ยงเชื้อ  พบว่าสารดังกล่าวทั้ง 3 ชนิด สามารถต้านเชื้อราที่ทำให้เกิดโรคทางผิวหนัง ได้แก่  Trichophyton rubrum, T. mentagrophytes และ Microsporum gypseum  ได้ โดยที่สาร rhinacanthin C มีฤทธิ์แรงที่สุด  สารสกัด RN-A และ RN-B ซึ่งเป็นกลุ่ม sesquiterpenoid จากใบทองพันชั่ง มีลักษณะโครงสร้างคล้ายกับสาร pyrano-1,2-naphthoquinones  สามารถฆ่าสปอร์ของเชื้อรา  Pyricularia oryzae ซึ่งเป็นราที่เป็นสาเหตุของโรคในข้าวเจ้าได้  สาร 3,4-dihydro-3,3-dimethyl-2H-naphtho(2,3-o)pyran-5,10-dione จากทองพันชั่งมีฤทธิ์ต้านเชื้อรา

                 สาร rhinacanthin C, D และ N จากใบทองพันชั่ง สามารถยับยั้งยีสต์ Candida albicans ซึ่งเป็นสาเหตุของการติดเชื้อราในช่องปากและช่องคลอด

          5.2   ฤทธิ์ต้านเชื้อไวรัส

                 สารสกัดใบทองพันชั่งด้วยน้ำและเอทานอล เมื่อนำมาทดสอบฤทธิ์ต้านไวรัสในเซลล์เพาะเลี้ยง  พบว่าสามารถยับยั้งเชื้อไวรัส Herpes simplex type1 (HSV-1) ซึ่งเป็นสาเหตุของเริม  สาร rhinacanthin C และ D จากต้นทองพันชั่ง เมื่อนำมาทดสอบฤทธิ์ต้านไวรัส ในเซลล์เพาะเลี้ยง  พบว่าสามารถยับยั้งเชื้อ cytomegalovirus ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญอย่างหนี่งของการติดเชื้อไวรัสในผู้ป่วยภูมิคุ้มกันบกพร่อง  สาร rhinacanthin E และ F จากส่วนเหนือดินของต้นทองพันชั่ง เมื่อนำมาทดสอบฤทธิ์ต้านไวรัสในเซลล์เพาะเลี้ยง พบว่าสามารถยับยั้งเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดโรคไข้หวัดใหญ่ได้  

 

6. อาการข้างเคียง

          ยังไม่มีรายงาน

 

7.  ความเป็นพิษทั่วไป

          7.1   การทดสอบความเป็นพิษ

                 สารสกัดต้นทองพันชั่งด้วยแอลกอฮอล์ร้อยละ 50  เมื่อป้อนหรือฉีดเข้าใต้ผิวหนังในขนาด 10 กรัม/กิโลกรัม ไม่พบอาการเป็นพิษในหนูเม้าส์ ซึ่งขนาดที่ใช้ทดลองนี้เป็น 3,333 เท่าของขนาดที่ใช้ในตำรายา

 

8. วิธีการใช้

8.1   การใช้ทองพันชั่งรักษาโรคกลากตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุข (สาธารณสุขมูลฐาน)

                 ใช้ใบสดหรือรากตำแช่เหล้าหรือแอลกอฮอล์ทา  หรือใช้ใบสดตำให้ละเอียดผสมน้ำมันก๊าซ ทาบริเวณที่เป็นกลากวันละ 1 ครั้งเพียง 3 วัน รักษาโรคกลากได้

8.2   ยาจากสมุนไพรในบัญชียาหลักแห่งชาติ

                            ไม่มี