1. ชื่อสมุนไพร           ยอ

          ชื่อวิทยาศาสตร์ Morinda citrifolia L.   

          ชื่อวงศ์           RUBIACEAE

          ชื่อพ้อง           ไม่มี

          ชื่ออังกฤษ        Indian mulberry, noni

          ชื่อท้องถิ่น        มะตาเสือ  ยอบ้าน  แยใหญ่

 

2.  ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

          ไม้ยืนต้นสูง 2-6 เมตร มีใบเดี่ยวแตกออกเรียงตรงกันข้าม รูปวงรี กว้าง 8-15 เซนติเมตร ยาว 10-20 เซนติเมตร หูใบขนาดใหญ่เป็นตุ่มอยู่ระหว่างโคนก้านใบ  ดอกออกเป็นช่อตรงซอกใบ ฐานดอกอัดแน่นเป็นรูปทรงกลม กลีบดอกสีขาว ผลเป็นผลสดออกเป็นกลุ่มแต่เชื่อมติดกันเป็นผลรวม ผิวเป็นตุ่มพอง

 

3. ส่วนที่ใช้เป็นยาและสรรพคุณ

          -ส่วนผลดิบ                รักษาอาการอาเจียน

 

4. สารสำคัญที่ออกฤทธิ์

          ยังไม่มีรายงาน 

 

5.  ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา

          5.1   ฤทธิ์ยับยั้งอาการอาเจียน

                 จากการศึกษาการใช้น้ำผลยอในการระงับอาเจียนเปรียบเทียบกับยา metoclopramide ซึ่งเป็นยาแก้อาเจียน และน้ำชาซึ่งใช้เป็นกลุ่มควบคุม ในผู้ป่วยมาลาเรียที่มีอาการคลื่นไส้อาเจียน พบว่า metoclopramide ลดความถี่ของการอาเจียนได้มากที่สุด รองลงมาคือยอและน้ำชาตามลำดับ แสดงว่ายอสามารถลดอาการอาเจียนได้ดีกว่าน้ำชา  เมื่อศึกษากลไกการออกฤทธิ์พบว่าผลยอมีฤทธิ์ต้าน dopamine อย่างอ่อน  สารสกัดน้ำของผลยอสามารถเร่งการบีบตัวของลำไส้เล็กในหนูเม้าส์ที่ได้ถูกกระตุ้นให้อาเจียนด้วย  apomorphine แต่ไม่สามารถต้านฤทธิ์ของ apomorphine ในการลดการบีบตัวของกระเพาะอาหารได้

 

6. อาการข้างเคียง

          ยังไม่มีรายงาน

 

7. ความเป็นพิษทั่วไป

          7.1   การทดสอบความเป็นพิษ

                 การฉีดสารสกัดด้วยเอทานอล:น้ำ ในอัตราส่วน 1:1 จากส่วนเหนือดินของต้นยอ และสารสกัดด้วยเมทานอล:น้ำในอัตราส่วน 1:1 จากผล  เข้าทางช่องท้องหนูเม้าส์ พบว่ามีความเป็นพิษปานกลาง  และไม่พบความเป็นพิษเมื่อป้อนหรือฉีดสารสกัดด้วยเอทานอลร้อยละ 50 จากผล เข้าใต้ผิวหนังหนูเม้าส์

                 การทดสอบพิษกึ่งเรื้อรังในหนูแรทโดยป้อนสารสกัดจากผลยอ ไม่พบความผิดปกติใดๆ ในค่าตรวจทางชีวเคมีในเลือด และค่าตรวจทางโลหิตวิทยา  นอกจากนี้การทดสอบความเป็นพิษโดยใช้สารสกัดด้วยน้ำจากผลยอแห้ง ก็ไม่พบความเป็นพิษทั้งแบบเฉียบพลันและแบบเรื้อรัง

 

8. วิธีการใช้

          8.1   การใช้ยอรักษาอาการอาเจียนตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุข (สาธารณสุขมูลฐาน)

                 นำผลยอดิบที่โตเต็มที่แล้วมาฝานเป็นแผ่นบางๆ จากนั้นนำมาตากแห้ง แล้วคั่วในกระทะบนไฟกรุ่นๆ ให้แห้งเกรียม นำมาบดเป็นผง แล้วใช้ผงมาประมาณ 20 กรัม ชงกับน้ำเดือดใหม่ๆ 1 ลิตร แช่ทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที กรองเอาแต่น้ำใส่กระติกน้ำร้อนไว้ จิบน้ำยาประมาณ 30 มิลลิลิตร ทุก 2 ชั่วโมง เวลาคลื่นไส้ อาเจียน

8.2   ยาจากสมุนไพรในบัญชียาหลักแห่งชาติ

                            ไม่มี