1.  ชื่อสมุนไพร           ชุมเห็ดเทศ

          ชื่อวิทยาศาสตร์ Senna alata (L.) Roxb.

          ชื่อวงศ์           FABACEAE (LEGUMINOSAE ) - Caesalpinioideae

          ชื่อพ้อง           Cassia alata L.

          ชื่ออังกฤษ        Acapulo, Candelabra bush, Candle bush, Ringworm bush

          ชื่อท้องถิ่น        ขี้คาก, ชุมเห็ดใหญ่, ตะลี่พอ, ลับมืนหลวง, หมากกะลิงเทศ

 

2.  ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

          ไม้พุ่ม มีกิ่งแตกออกด้านข้างในแนวขนานกับพื้น  ใบเป็นใบประกอบแบบขนนก มีใบย่อยรูปขอบขนานแกมรูปรี โคนใบมน ปลายใบมนหรือเว้าเล็กน้อย ขอบใบเรียบ ดอกออกเป็นช่อใหญ่ ตามง่ามใบใกล้ปลายกิ่ง ดอกจะบานจากล่างขึ้นบน ใบประดับมีสีน้ำตาลแกมเหลืองห่อหุ้มดอกย่อยซึ่งมีกลีบดอกสีเหลืองทองเป็นรูปไข่เกือบกลมหรือรูปช้อน ผลเป็นฝักยาวมีครีบ 4 ครีบ ฝักแก่สีดำและแตกตามยาว เมล็ดแบนเกือบเป็นรูปสี่เหลี่ยม ผิวขรุขระ มีสีดำ

 

3.  ส่วนที่ใช้เป็นยาและสรรพคุณ

          - ใบ              บรรเทาอาการท้องผูก  ใช้เป็นยาภายนอกรักษาโรคผิวหนัง กลาก เกลื้อน

          - ดอก             บรรเทาอาการท้องผูก

 

4.  สารสำคัญที่เชื่อว่าเป็นสารออกฤทธิ์

          สารออกฤทธิ์คือ anthraquinone glycoside จากใบได้แก่ isochrysophanol, physcion-l-glycoside, chrysophanol, chrysophanic acid, emodine, rhein, aloe-emodin, 4,5-dihydroxy-2-hydroxy methylanthrone, และ 4,5-dihydroxy-1-hydroxy methylanthrone   ในใบชุมเห็ดเทศควรมีสาร hydroxyanthracene derivatives ไม่น้อยกว่าร้อยละ 1.0 โดยน้ำหนัก (โดยคำนวณเป็น rhein-8-glucoside)

 

5.  ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา

          5.1   ฤทธิ์รักษาอาการท้องผูก

                 จากการศึกษาในผู้ป่วยจำนวน 80 ราย พบว่าผู้ป่วยกลุ่มที่ได้รับชาชงจากใบชุมเห็ดเทศ (เตรียมโดยการชงใบชุมเห็ดเทศ 3-6 กรัม ด้วยน้ำเดือด 120 มิลลิลิตร ทิ้งไว้นาน 10 นาที และปรับให้มีสารอนุพันธ์ของ hydroxyl-anthracene ประมาณ 0.04 กรัม) ก่อนนอน ให้ผลในการรักษาอาการท้องผูก โดยผู้ป่วยสามารถถ่ายภายใน 24 ชั่วโมงได้ดีกว่ากลุ่มที่ได้รับยาหลอก ซึ่งให้ผลการรักษาไม่แตกต่างจากกลุ่มที่ได้ยาระบายมิสท์แอลบา (ประกอบด้วย magnesium sulfate 8 กรัม และ magnesium carbonate 1.2 กรัม)  

                 เมื่อให้สารสกัดจากใบชุมเห็ดเทศแห้งด้วยน้ำร้อนกับหนูแรททางปากในขนาด 500 และ 800 มิลลิกรัม/กิโลกรัม พบว่ามีฤทธิ์ช่วยระบาย และเมื่อให้สารสกัดใบชุมเห็ดเทศด้วยน้ำกับหนูเม้าส์ทางปากในขนาดเทียบเท่าผงใบชุมเห็ดเทศแห้ง 5, 10 และ 20 กรัม/กิโลกรัม จะทำให้หนูเม้าส์ถ่ายเหลว โดยการให้ในขนาดต่ำ (5 กรัม/กิโลกรัม) จะออกฤทธิ์ช้ากว่าในขนาดสูง (10 และ 20 กรัม/กิโลกรัม)  สาร anthraquinone glycoside จากใบได้แก่ isocrysophanol, physcion-l-glycoside, chrysophanol, emodine, rhein, และ aloe-emodin (1-7) มีฤทธิ์เป็นยาถ่าย  

          5.2   ฤทธิ์กระตุ้นการเคลื่อนไหวของลำไส้

                 สารสกัดจากใบชุมเห็ดเทศด้วยน้ำขนาดเทียบเท่าผงใบชุมเห็ดเทศแห้ง 5 กรัม/กิโลกรัม ทำให้ลำไส้เล็กส่วนปลายของหนูตะเภาหดตัวได้ร้อยละ 25 ของฤทธิ์จากฮีสตามีน 1 ไมโครกรัม/มิลลิลิตร สารสกัดใบชุมเห็ดเทศด้วยน้ำขนาดเทียบเท่าผงใบชุมเห็ดเทศแห้ง 10 และ 20 กรัม/กิโลกรัม มีผลเพิ่มการเคลื่อนไหวของลำไส้ของหนูเม้าส์ได้มากกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญ สารสกัดใบชุมเห็ดเทศด้วยน้ำในขนาด 15 ไมโครกรัม/มิลลิลิตร ทำให้ลำไส้เล็กส่วนปลายของหนูตะเภาหดตัวได้ในหลอดทดลอง ในขณะที่สารกลัยโคไซด์จากใบชุมเห็ดเทศมีฤทธิ์กระตุ้นกล้ามเนื้อเรียบในลำไส้

          5.3   ฤทธิ์ต้านเชื้อจุลชีพ

                 สารสกัดจากใบชุมเห็ดเทศด้วยแอลกอฮอล์และครีมชุมเห็ดเทศเข้มข้นร้อยละ 20 สามารถรักษาผู้ป่วยโรคกลาก 30 ราย และโรคเกลื้อน 10 ราย ได้ดีเทียบเท่ากับยาขี้ผึ้ง whitfield แต่ไม่มีผลรักษาราที่เล็บและหนังศีรษะ  ยาเตรียมชุมเห็ดเทศในรูปแบบทิงเจอร์และครีม (ซึ่งมีสารสำคัญ rhein 600 ไมโครกรัม/กรัม) ให้ผลในการรักษาผู้ป่วยโรคกลากเกลื้อนที่ผิวหนังได้เช่นเดียวกับยาครีมโคลไตรมาโซลร้อยละ 1 สารสกัดใบชุมเห็ดเทศสดด้วยน้ำ (ใบสด 100 กรัมต่อน้ำ 50 มิลลิลิตร) ความเข้มข้นร้อยละ 100 ทาบริเวณแขน และขา  หรือความเข้มข้นร้อยละ 90 ทาบริเวณคอ และมือ  และความเข้มข้นร้อยละ 80 ทาบริเวณหน้า  วันละ 1 ครั้ง ก่อนนอน 2 ชั่วโมง มีผลรักษาโรคกลากเกลื้อนชนิด Pityraisis versicolor ที่มีสาเหตุจากเชื้อรา  Malassezia furfur ในผู้ป่วยจำนวน 200 คนได้

          สารสกัดใบชุมเห็ดเทศด้วยน้ำ  สารสกัดด้วยเอทานอล  สารสกัดด้วยเมทานอล  และสาร aloe-emodin, rhein, emodol, 4,5-dihydroxy-1-hydroxymethylanthrone, 4,5-dihydroxymethylanthraquinone และ chrysophanol จากใบชุมเห็ดเทศ มีฤทธิ์ต้านเชื้อราที่ผิวหนังได้แก่ Epidermophyton floccosum , Microsporium gypseum, Trichophyton rubrum , T. mentagrophytes และ M. canis    เมื่อเทียบกับยา tolnaftate    โดยสาร rhein ให้ผลยับยั้งเชื้อรา E. floccosum, T. mentagrophytes, และ T. rubrum ได้ดีที่สุด สารสกัดด้วยเอทานอล สารแอนทราควิโนน และสารสกัดใบชุมเห็ดเทศด้วยเอทานอล ความเข้มข้น 0.104 มิลลิกรัม/มิลลิลตร มีฤทธิ์ต้านเชื้อรา T. rubrum และ M.  gypseum ในจานเพาะเชื้อ ได้พอๆกับยา ketoconazole และ itraconazole นอกจากนี้สารสกัดใบชุมเห็ดเทศด้วยคลอโรฟอร์ม, อีเทอร์, แอลกอฮอล์ และน้ำ และสารสกัดด้วยแอลกอฮอล์ร้อยละ 50 จากทุกส่วนของชุมเห็ดเทศ มีฤทธิ์ต้านเชื้อราที่เป็นสาเหตุโรคกลากได้

                 สารสกัดด้วยน้ำและเอทานอลจากเปลือกต้นชุมเห็ดเทศสามารถยับยั้งเชื้อยีสต์ Candida albicans ได้ โดยที่ความเข้มข้น 30 ไมโครกรัม/ไมโครลิตร จะให้ผลดีเมื่อเปรียบเทียบกับยา ticonazole 30 ไมโครกรัม/ไมโครลิตร  แต่สารสกัดจากใบด้วยน้ำและเอทานอลไม่มีฤทธิ์ยับยั้งเชื้อยีสต์

                 น้ำมันหอมระเหยจากใบชุมเห็ดเทศ  สารสกัดจากเปลือกต้นด้วยเมทานอล  มีฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรีย Bacillus subtilis ในจานเพาะเชื้อได้ปานกลาง   สารสกัดด้วยน้ำจากใบชุมเห็ดเทศสามารถยับยั้งเชื้อ Escherichia coli ในจานเพาะเลี้ยงเชื้อได้ที่ความเข้มข้นมากกว่า 21.8 มิลลิกรัม/มิลลิลิตร

 

6.  อาการข้างเคียง

          อาจทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ อาหารไม่ย่อย ท้องเสีย และปวดท้องเนื่องจากการบีบตัวของสำไส้  

 

7.  ความเป็นพิษทั่วไปและต่อระบบสืบพันธุ์

          7.1   การทดสอบความเป็นพิษ

                 การทดสอบความเป็นพิษเฉียบพลัน พบว่าสารสกัดใบชุมเห็ดเทศด้วยแอลกอฮอล์ร้อยละ 50 ไม่มีพิษเมื่อให้หนูเม้าส์ทางปากและฉีดเข้าใต้ผิวหนัง แต่มีความเป็นพิษเล็กน้อยเมื่อฉีดเข้าทางช่องท้องหนูเม้าส์ เมื่อฉีดสารสกัดใบชุมเห็ดเทศด้วยแอลกอฮอล์ร้อยละ 85 เข้าทางช่องท้องหนูเม้าส์ในขนาด 2 กรัม/กิโลกรัม ไม่พบความเป็นพิษ  สารสกัดจากใบด้วยน้ำและสารสกัดจากส่วนเหนือดินของชุมเห็ดเทศด้วยแอลกอฮอล์ร้อยละ 50  มีความเป็นพิษปานกลางเมื่อฉีดเข้าทางช่องท้องหนูเม้าส์

                 การทดสอบพิษกึ่งเรื้อรัง พบว่าเมื่อผสมผงใบชุมเห็ดเทศในอาหารในขนาดร้อยละ 2 และ 10 ของอาหาร แล้วให้หนูแรทกินนาน 4 สัปดาห์ จะพบแผลในลำไส้ ตับ และไต และมีระดับฮีโมโกลบิน และ packed cell volume (PCV) สูงขึ้น แต่จำนวนเม็ดเลือดแดงลดลงใน 2 สัปดาห์แรก เมื่อใส่สารสกัดใบชุมเห็ดเทศด้วยเอทานอลขนาด 100 มิลลิกรัมในน้ำดื่มให้หนูแรทกินนาน 14 วัน พบว่าเกิดแผลในตับ เซลล์ตับตายกระจัดกระจาย และมีการคั่งของเลือดในเส้นเลือดดำ  การฉีดสาร emodin และ kaemferol ขนาด 10 มิลลิกรัม เข้าช่องท้องหนูแรทติดต่อกัน 14 วัน หรือฉีดสาร aloe-emodin ขนาด 100 มิลลิกรัม สาร rhein ขนาด 70 มิลลิกรัม เข้าช่องท้องนาน 4 วัน พบว่าเกิดแผลในตับของหนูทุกกลุ่ม กลุ่มที่ได้รับ aloe-emodin จะพบเซลล์กล้ามเนื้อหัวใจถูกทำลาย หนูทุกกลุ่มมีระดับฮีโมโกลบิน และ PCV ลดลงภายใน 14 วัน  เมื่อป้อนสารสกัดจากใบด้วยน้ำขนาด 10, 50, 100 และ 250 มิลลิกรัม/กิโลกรัม ให้หนูแรทนาน 14 วัน จะพบระดับฮีโมโกลบิน และ เม็ดเลือดแดงเพิ่มขึ้น ในขณะเดียวกันหนูมีอาการเบื่ออาหาร ผอมแห้ง และน้ำหนักลด การทดสอบพิษเรื้อรัง เมื่อป้อนสารสกัดจากใบด้วยเอทานอลร้อยละ 50 ให้หนูแรทในขนาด 0.75 กรัม/กิโลกรัม/วัน ซึ่งเท่ากับ 25 เท่าของขนาดใช้ในคน (1.5 กรัม/คน/วัน) นาน 6 เดือน ไม่พบความเป็นพิษ   

          7.2   พิษต่อระบบสืบพันธุ์

                 เมื่อฉีดสารสกัดใบชุมเห็ดเทศด้วยแอลกอฮอล์ร้อยละ 50 เข้าช่องท้องหนูแรทในขนาด 125 มิลลิกรัม/กิโลกรัม ไม่มีผลทำให้แท้งและไม่พบพิษต่อตัวอ่อน แต่ผลต่อการเปลี่ยนแปลงของรอบเดือนไม่ชัดเจน ส่วนสารสกัดจากใบด้วยน้ำขนาด 300 ไมโครกรัม/มิลลิลิตร มีฤทธิ์ทำให้มดลูกหนูแรทหดตัวในหลอดทดลอง และมีฤทธิ์เสริม oxytocin

 

8.  วิธีการใช้

          8.1   ตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุข (สาธารณสุขมูลฐาน)

          1      การใช้ชุมเห็ดเทศรักษาอาการท้องผูก

                 -  ใช้ใบ 8-12 ใบ ตากแดดให้แห้ง ป่นเป็นผงชงกับน้ำเดือด รินเฉพาะน้ำมาดื่ม

                 -  ใช้ใบสดหรือแห้งประมาณ 12 ใบ ต้มกับน้ำดื่มครั้งละแก้ว หรือใช้ดอกสดประมาณ 3 ช่อ ลวกแล้วรับประทาน

                 -  ใช้ดอก 1 ช่อ กินสดๆ เป็นยาระบาย

                 -  ใช้ใบและก้านขนาดใหญ่ ประมาณ 3-5 ช่อ นำมาต้มกับน้ำประมาณ 2 ขัน (1500 ซี.ซี.) ต้มให้เดือดเหลือน้ำประมาณ 1/2 ขัน ใส่เกลือพอมีรสเค็มเล็กน้อย ดื่มวันละ 1 แก้ว (250 ซี.ซี.) ครั้งต่อไป รับประทานดอกครั้งละประมาณ 1 ช่อ

          2      การใช้ชุมเห็ดเทศรักษากลาก เกลื้อน

                 - นำใบสดมาตำให้ละเอียดใช้ทาบริเวณที่เป็นกลากหรือผื่นคัน

                 - นำใบชุมเห็ดเทศ 3-4 ใบ มาตำให้ละเอียดเติมน้ำมะนาวนิดหน่อย ทาบริเวณที่เป็นวันละ 2-3 ครั้ง

                 - ใช้ใบสดขยี้ถูนานๆ และบ่อยๆตรงบริเวณที่เป็น

          8.2   ยาจากสมุนไพรในบัญชียาหลักแห่งชาติ

                 รับประทานครั้งละ 1 – 2 ซอง (ใบชุมเห็ดเทศแห้งซองละ 3 กรัม) (3 – 6 กรัม) ชงในน้ำเดือด 120 มิลลิลิตร นาน 10 นาที วันละ 1 ครั้งก่อนนอน บรรเทอาการท้องผูก