1. ชื่อสมุนไพร           กระชาย

          ชื่อวิทยาศาสตร์ Boesenbergia rotunda (Linn.) Mansf.  

          ชื่อวงศ์           ZINGIBERACEAE

          ชื่อพ้อง           Boesenbergia pandurata (Roxb.) Schltr.,

          ชื่ออังกฤษ        Fingerroot, Chinese ginger, Chinese key

          ชื่อท้องถิ่น        กะแอน, ขิงทราย, จี๊ปู, ซีฟู, เป๊าะซอเร้าะ, เป๊าะสี่, ระแอน, ว่านพระอาทิตย์

 

2. ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

          พืชล้มลุก มีลำต้นใต้ดินเรียกว่าเหง้า มีรากติดเป็นกระจุก รูปทรงกระบอกปลายเรียวแหลม ผิวสีน้ำตาลอ่อน เนื้อสีเหลือง มีกลิ่นหอม ส่วนที่อยู่เหนือดินประกอบด้วยโคนก้านใบที่เป็นกาบหุ้มซ้อนกันสูง กาบใบมีสีแดงเรื่อๆ แผ่นใบรูปรีปลายแหลม โคนแหลมหรือมน ขอบเรียบ ดอกออกเป็นช่อที่ยอด ช่อดอกมีใบประดับเรียงทแยงกัน ดอกที่ปลายช่อจะบานสวย กลีบดอกสีขาว หรือขาวอมชมพู มีลักษณะเป็นถุงแยกเป็น 2 กลีบ ผลแห้ง แตกได้

 

3.  ส่วนที่ใช้เป็นยาและสรรพคุณ

          -ส่วนเหง้า        รักษาอาการแน่น จุกเสียด

 

4. สารสำคัญที่เป็นสารออกฤทธิ์

น้ำมันหอมระเหยมีฤทธิ์ขับลม และสารฟลาโวนอยด์ เช่น 5, 7-dimethoxyflavone, panduratin A มีฤทธิ์ต้านการอักเสบ

 

5. ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา 

          5.1   ฤทธิ์ขับลม

       กระชายมีน้ำมันหอมระเหย ซึ่งมีฤทธิ์ขับลม

          5.2   ฤทธิ์ลดการบีบตัวของลำไส้

       กระชายสามารถลดการบีบตัวของลำไส้จากการศึกษาในหนูตะเภา และหนูแรท โดยกระชายมีสาร cineole ซึ่งมีฤทธิ์ลดการบีบตัวของลำไส้ ช่วยลดอาการปวดเกร็งได้

          5.3   ฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของอาการแน่นจุกเสียด

       กระชายมีสาร pinostrobin และ panduratin A ซึ่งมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย Escherichia coli (13-16) ที่เป็นสาเหตุของการแน่นจุกเสียด

          5.4   ฤทธิ์ลดการอักเสบ

       สาร 5, 7-dimethoxyflavone, panduratin A และ hydroxypanduratin A จากกระชายสามารถลดการอักเสบในหนูแรทได้

 

6.  อาการข้างเคียง

          ยังไม่มีรายงาน

 

7. ความเป็นพิษทั่วไป

7.1  การทดสอบความเป็นพิษ

       จากการศึกษาในหนูเม้าส์โดยให้สาร 5, 7-dimethoxyflavone จากกระชายในขนาด 10 เท่าของขนาดรักษาการอักเสบ พบว่ามีพิษต่ำมากและไม่พบการตายเมื่อทดสอบกับหนูเม้าส์ แต่จะมีการหายใจและอุณหภูมิร่างกายลดลง เนื่องจากมีฤทธิ์กดประสาทส่วนกลาง ในขณะที่สารสกัดด้วยน้ำร้อนและน้ำไม่มีผลให้เกิดการกลายพันธุ์ต่อแบคทีเรียในหลอดทดลอง นอกจากนี้ยังพบว่าสาร pinocembrin chalone, pinocembrin, cardamonin และ pinostrobin จากกระชายมีฤทธิ์ต้านการก่อกลายพันธุ์

 

8. วิธีการใช้

8.1   การใช้เหง้ากระชายรักษาอาการแน่น จุกเสียด ตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุข (สาธารณสุขมูลฐาน)

                 นำเหง้าแห้งประมาณครึ่งกำมือต้มกับน้ำสะอาด  รินเอาเฉพาะน้ำดื่ม

8.2   ยาจากสมุนไพรในบัญชียาหลักแห่งชาติ

                            ไม่มี